กรณี โดม ปกรณ์ ลัม นักร้อง นักแสดงชื่อดังที่มีการคอมเมนต์คุกคาม นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่
ล่าสุดวันนี้ 4 ธ.ค. 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า โดม ปกรณ์ ลัม มีการติดต่อมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ แต่ไม่ได้ติดต่อโดยตรง แต่ติดต่อผ่านคนรอบตัวว่าจะเข้ามาพบ ซึ่งวันที่มีการออกข่าวว่า โดม ได้เดินทางเข้ามาพบที่ทำการพรรค แต่ตอนนั้นพวกเราไม่ได้อยู่ที่ทำการพรรค โดมจึงฝากกระเช้าไว้ที่ รปภ. และได้มีการแจ้งผ่านคนที่ติดต่อมาว่า หลังปีใหม่ค่อยมีการพูดคุยกัน
คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องหยุดมองผู้หญิงเป็นวัตถุ ต้องเคารพคุณค่าของความเป็นมุนษย์ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ทั้งผู้หญิง หรือ ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ แม้กระทั่งผู้ชาย หรือ คนพิการ และ เด็ก ซึ่งวันนี้มีการแสดงความจำนงชัดเจนในการดำเนินคดี เพื่อให้สังคมได้ตระหนักว่า การมองผู้หญิงเป็นวัตถุ ในปี พ.ศ. นี้ ควรจบได้แล้ว
ไทยสร้างไทยเป็นพรรคการเมือง เมื่อเราโดนแบบนี้มีการปกป้องในกรณีอื่นๆ และในกรณีนี้ไม่ถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นหน้าที่ของคนที่เป็นพรรคการเมืองที่ต้องทำเพื่อเปลี่ยนความคิดของคนในสังคมให้เกิดขึ้นว่า ต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากใครที่โดนแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่ลูกสาวตน แต่เป็นลูกของยายมียายมา ก็ควรที่จะได้รับการเคารพเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า จะมีแนวคิดในการเพิ่มโทษเรื่องการคุกคามหรือไม่สำหรับบุคคลที่คอมเมนต์ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เฉพาะดาราหรืออินฟูลเอนเซอร์ นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า กฎหมายนี้เพิ่งประกาศใช้ ซึ่งทางเรากำลังดูช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรัดกุมขึ้น ถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่จะทำให้สังคมปลอดภัย ทั้งด้านการกดขี่ทำร้าย ทางด้านร่างกายและจิตใจ
เมื่อถามว่าหากโดมเข้ามาขอโทษจะมีการรับคำขอโทษหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องของการเจ็บแค้น แต่ต้องพูดให้เข้าใจว่าสังคมควรมองกันอย่างเป็นพี่น้อง ครอบครัวเดียวกันและเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ใช่สามารถดูหมิ่นหรือดูถูกใครได้ ไม่ว่าเค้าจะยากจนแค่ไหน แต่ทั้งนี้ต้องมีการพูดคุยกันก่อน และในช่องหลังปีใหม่นี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากโดม ปกรณ์ลัม
ส่วนจะมีโอกาสเดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน และมีโอกาศที่จะเผชิญหน้ากับคู่กรณีหรือไม่นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า ในทางด้านกฎหมายคงไม่มีการเผชิญหน้ากันอย่างแน่นอน ซึ่งตัวจินนี่เอง ตอนต้นรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็เข้มแข็งพอ และสามารถแก้ปัญหาและพิจารณาทุกอย่างด้วยสติไม่ใช้อารมณ์
สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งจินนี่ก็ต้องเดินทางเข้าให้ปากคำตามกฎหมาย ส่วนจะเข้าไปวันไหนนั้นวันนี้ยังไม่มีการนัดหมาย
ขณะที่ น.ส.ยศสุดา หรือ จินนี่ ระบุว่า เรื่องนี้ต้องมีการนัดหมายกับทีมทนายอีกครั้ง เพราะผ่านจากปีใหม่ หลังจากนี้ค่อยดำเนินการไปตามกระบวนการต่อไป
แน่นอนครับ นี่คือบทความใหม่ที่เขียนใหม่ตามคำแนะนำของคุณ โดยเน้นที่ตลาดประเทศไทยและปรับปรุงตามสถานการณ์ปัจจุบันในปี 2025:
Bugatti Rimac: นิยามใหม่แห่งสุดยอดยนตรกรรมไฮเปอร์คาร์ไฮบริด พร้อมเปิดศักราชใหม่ปี 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความเร็วสูงสุด การมาถึงของ “ไฮเปอร์คาร์” ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ปลุกเร้าต่อมความตื่นเต้นของเหล่าผู้หลงใหลในสมรรถนะและดีไซน์ระดับโลก และในปี 2025 นี้ ตลาดไทยเตรียมพร้อมต้อนรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสองแบรนด์ระดับตำนาน Bugatti และ Rimac Automobili ที่ผนึกกำลังกันภายใต้ชื่อ Bugatti Rimac เพื่อรังสรรค์ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามานิยามคำว่า “ที่สุด” ของยนตรกรรมอีกครั้ง
วิวัฒนาการเหนือขีดจำกัด: เมื่อ Bugatti ก้าวสู่ยุคไฮบริดภายใต้การนำของ Rimac
การผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง Bugatti แบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อลือชาด้านขุมพลัง W16 อันทรงพลัง และ Rimac Automobili ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจากโครเอเชีย ก่อตั้งเป็นบริษัท Bugatti Rimac ขึ้นเมื่อปลายปี 2021 ภายใต้การนำทัพของ Mate Rimac CEO ผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ได้เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ Bugatti อย่างเป็นทางการ การมาถึงของไฮเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นใหม่นี้ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนขุมพลัง แต่เป็นการออกแบบและพัฒนาทุกองค์ประกอบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้าง ตัวถัง ไปจนถึงระบบส่งกำลัง
Mate Rimac ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแผนงานอันทะเยอทะยานว่า รถยนต์รุ่นใหม่ของ Bugatti คันนี้จะ “ไร้ซึ่งความเกี่ยวข้อง” กับรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น Bugatti Chiron หรือแม้กระทั่ง Rimac Nevera ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงของ Rimac เอง นี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของทั้งสองแบรนด์
จาก W16 สู่ขุมพลังไฮบริด: กลยุทธ์ที่มองการณ์ไกล
ย้อนกลับไปก่อนการผนึกกำลัง Bugatti เดิมมีแผนพัฒนารถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่อาจเทียบเคียงได้กับ Ferrari Purosangue แต่เมื่อ Rimac เข้ามาร่วมวง วิสัยทัศน์ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปสู่การสร้างสรรค์ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพละกำลังอันดุดันของเครื่องยนต์สันดาปภายใน และประสิทธิภาพอันน่าทึ่งของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
Rimac Automobili ซึ่งสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ไฟฟ้ามานาน ได้เริ่มพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนหน้าการประกาศความร่วมมือ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของ Bugatti โดยเฉพาะ แม้ว่า Bugatti Mistral จะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ W16 และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในปี 2024 แต่การมาถึงของไฮเปอร์คาร์ไฮบริดนี้จะปูทางสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดไฮเปอร์คาร์ปี 2025
การตีความใหม่ของ “สมรรถนะขั้นสุด” ในปี 2025
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์กำลังก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว การเลือกใช้ขุมพลังไฮบริดสำหรับไฮเปอร์คาร์ระดับ Bugatti เป็นการตัดสินใจที่สะท้อนถึงความเข้าใจในทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ และตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก โดยที่ไม่ลดทอนสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ลงแม้แต่น้อย
พลังที่เหนือกว่า: การผสานรวมเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือการผสานรวมขุมพลังใหม่นี้ Bugatti Rimac จะไม่ได้เพียงแค่นำมอเตอร์ไฟฟ้ามาเสริมเครื่องยนต์เดิม แต่จะออกแบบระบบขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมดเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด อาจเป็นการจับคู่เครื่องยนต์ V8 หรือ V12 อันทรงพลัง (ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงหลายตัว เพื่อสร้างพละกำลังรวมที่อาจจะเทียบเคียงหรือเหนือกว่าเครื่องยนต์ W16 เดิม
มอเตอร์ไฟฟ้า: คาดว่า Rimac จะนำเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงของตนเองมาใช้ ซึ่งมีจุดเด่นด้านอัตราเร่งที่ทันใจ แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ และการจัดการพลังงานที่แม่นยำ การมีมอเตอร์ไฟฟ้าหลายตัวอาจช่วยให้สามารถควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อได้อย่างอิสระ (Torque Vectoring) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะถนนในทุกสภาวะ
เครื่องยนต์สันดาปภายใน: แม้จะเข้าสู่ยุคไฮบริด แต่เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงมีบทบาทสำคัญในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ การปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบสนองฉับไว และปล่อยมลพิษน้อยลง จะเป็นความท้าทายที่ Rimac และ Bugatti ต้องเผชิญ
ระบบแบตเตอรี่: การพัฒนาระบบแบตเตอรี่ที่สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างต่อเนื่องสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า และมีความจุที่เหมาะสมเพื่อรองรับการเดินทางในระยะที่ไกลขึ้น (เมื่อใช้โหมดไฟฟ้า) รวมถึงมีน้ำหนักที่เหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อสมรรถนะโดยรวม
ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยกระดับ: การควบคุมและความคล่องตัว
การผสมผสานพละกำลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน จะนำมาซึ่งประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
อัตราเร่งแบบไร้รอยต่อ: ระบบไฮบริดจะช่วยลดอาการ “เทอร์โบแล็ก” ที่มักพบในเครื่องยนต์เทอร์โบได้อย่างมาก มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาเติมเต็มแรงบิดในช่วงรอบต่ำ ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงทำได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
การควบคุมที่แม่นยำ: ด้วยการใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Advanced Electronic All-Wheel Drive) และเทคโนโลยี Torque Vectoring จาก Rimac จะทำให้รถสามารถถ่ายทอดกำลังไปยังล้อได้อย่างเหมาะสมตามสภาวะการขับขี่ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจแม้ในโค้งที่ความเร็วสูง
การเลือกโหมดการขับขี่: คาดว่าจะมีโหมดการขับขี่ที่หลากหลายให้เลือกสรร ตั้งแต่โหมดประหยัดพลังงาน (เน้นการใช้ไฟฟ้า) ไปจนถึงโหมดสปอร์ตสูงสุด ที่ผสานพลังจากทั้งสองแหล่งกำเนิดอย่างเต็มที่ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เร้าใจสูงสุด
ดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา: สุนทรียภาพแห่ง Bugatti ผสานนวัตกรรม
Bugatti Rimac รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่สะท้อนถึง DNA ของ Bugatti คือความหรูหรา เส้นสายที่สง่างาม แต่ก็แฝงด้วยความล้ำสมัยและหลักอากาศพลศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่
Aerodynamics: ในระดับความเร็วสูงสุดของไฮเปอร์คาร์ หลักอากาศพลศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง การออกแบบตัวถังที่ลดแรงต้านอากาศ และสร้างแรงกด (Downforce) ที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัย ดีไซน์ใหม่นี้อาจมีการนำองค์ประกอบแอโรไดนามิกส์แบบแอคทีฟ (Active Aerodynamics) มาใช้ เช่น ปีกหลังที่ปรับมุมได้ หรือช่องดักอากาศที่เปิด-ปิดได้ตามความเร็ว
วัสดุศาสตร์แห่งอนาคต: การใช้วัสดุน้ำหนักเบาขั้นสูง เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ ไทเทเนียม และวัสดุผสมใหม่ๆ จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ตัวถังที่แข็งแรงทนทาน แต่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราเร่ง
ความหรูหราที่ไร้ที่ติ: ภายในห้องโดยสาร Bugatti Rimac จะยังคงรักษามาตรฐานความหรูหรา การใช้วัสดุชั้นเลิศ การตัดเย็บที่ประณีต และการตกแต่งที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่จะเพิ่มองค์ประกอบของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น หน้าจอแสดงผลดิจิทัลที่ล้ำสมัย ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่เชื่อมต่อได้ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
เทคโนโลยีแห่งอนาคต: การเชื่อมต่อและความยั่งยืน
Bugatti Rimac รุ่นปี 2025 ไม่เพียงแต่เป็นสุดยอดแห่งสมรรถนะ แต่ยังเป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีแห่งอนาคต
การเชื่อมต่อ (Connectivity): ระบบอินโฟเทนเมนท์จะได้รับการพัฒนาให้ทันสมัย รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) และอาจรวมถึงระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะที่เรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): แม้จะเป็นไฮเปอร์คาร์ที่เน้นการขับขี่โดยผู้ขับขี่ แต่ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงบางส่วน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและหลัง (Forward and Rear Collision Warning) และระบบช่วยจอด (Parking Assist) อาจถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
ความยั่งยืน: การเลือกใช้ขุมพลังไฮบริดเป็นก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน Bugatti Rimac จะพยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ การใช้พลังงานไฟฟ้าให้มากขึ้น และการจัดการระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตลาดไทย: การรอคอยที่คุ้มค่าสำหรับนักสะสมและผู้หลงใหลในความเร็ว
สำหรับตลาดประเทศไทย การมาถึงของ Bugatti Rimac ไฮบริดรุ่นใหม่นี้ จะเป็นการตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะตลาดสำคัญสำหรับรถยนต์ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ระดับโลก การเปิดตัวในปี 2025 ถือเป็นการสอดคล้องกับกระแสความสนใจในยานยนต์พลังงานใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาจะยังคงอยู่ในระดับสูงลิบลิ่ว แต่สำหรับนักสะสมและผู้ที่ต้องการครอบครองสุดยอดยนตรกรรมที่ไม่เหมือนใคร Bugatti Rimac รุ่นใหม่นี้คือเป้าหมายที่พวกเขาใฝ่ฝัน
การคาดการณ์ราคา Bugatti Rimac รุ่นใหม่นี้คาดว่าจะอยู่ในระดับหลายสิบล้านบาทต่อคัน ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับเทคโนโลยี นวัตกรรม และสมรรถนะที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม การผลิตอาจมีจำนวนจำกัด ทำให้กลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูงยิ่งขึ้นไปอีก
อนาคตของ Bugatti: การเดินทางสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น
Bugatti Rimac ไฮบริดรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2025 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง คือการผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานของ Bugatti และนวัตกรรมแห่งอนาคตของ Rimac มันคือการยืนยันว่า “ความเร็ว” และ “ความหรูหรา” สามารถก้าวไปพร้อมกับ “ความยั่งยืน” ได้อย่างลงตัว
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปรากฏการณ์ครั้งใหม่แห่งโลกไฮเปอร์คาร์ ที่จะมาเขย่าวงการยานยนต์ไทยและทั่วโลกในปี 2025 นี้ Bugatti Rimac รุ่นใหม่ กำลังจะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ของ “ความสมบูรณ์แบบ” ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน
สัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตแห่งความเร็วและความหรูหราได้แล้ววันนี้! หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่มองหาสุดยอดยนตรกรรมที่เหนือกว่าใคร อย่าพลาดการติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมสำหรับปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่จะมาถึง.

