วันที่ 31 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนกูล ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ทำการควบคุมตัว นายศรายุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ภายในร้านกระจกอะลูมิเนียมแห่งหนึ่ง ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังลงมือทำร้ายร่างกาย นายกฤษดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี พี่ชายแท้ ๆ จนเสียชีวิตภายในห้องพัก
สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในร้านกระจกอะลูมิเนียมดังกล่าว เมื่อเข้าตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตชื่อ นายกฤษดา สภาพศพนอนหงายอยู่บนเตียงภายในห้องนอน ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณริมฝีปาก และรอยฟกช้ำตามใบหน้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง
ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายศรายุทธ อยู่ในอาการมึนเมาสุรา ยืนรอมอบตัวอยู่ภายในที่เกิดเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ
พ.ต.อ.จักรกฤช กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองพี่น้องนั่งดื่มสุราด้วยกันภายในร้าน ก่อนจะมีปากเสียงและชกต่อยกัน จากนั้นต่างแยกย้ายกันไปนอนพัก
แต่ผู้ต้องหายังคงโกรธเคืองพี่ชายที่มักดุด่าเรื่องพฤติกรรมชอบสร้างปัญหา โดยเฉพาะกรณีไปมีเรื่องทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นในร้านเหล้า จนพี่ชายต้องคอยตามไปแก้ปัญหาให้หลายครั้ง กระทั่งอาศัยช่วงที่พี่ชายนอนหลับ ผู้ต้องหาถือไม้หน้าสามเข้าไปในห้อง ก่อนใช้ไม้กระหน่ำตีบริเวณใบหน้าหลายครั้ง และใช้มือบีบคอจนผู้ตายแน่นิ่ง
จากนั้นนำไม้ที่ใช้ก่อเหตุไปโยนทิ้งในป่าหญ้าหลังร้าน แล้วกลับไปนอนในห้องของตนเองตามปกติ ต่อมาเมื่อสร่างเมาและพบว่าพี่ชายไม่ตื่นขึ้นมา ร่างกายแข็งทื่อ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าของร้านให้มาดูที่เกิดเหตุ และอ้างว่าไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำร้ายพี่ชาย กระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง จึงนำตัวไปสอบสวน จนรับสารภาพเป็นคนก่อเหตุ
ด้าน เจ้าของร้านกระจกอะลูมิเนียม กล่าวว่า ผู้ตายและผู้ก่อเหตุเป็นพี่น้องกัน มาทำงานอยู่ที่ร้านได้ประมาณ 1 ปี หลังเลิกงานมักจะซื้อสุรามานั่งดื่มด้วยกันเป็นประจำ และเมื่อเมาก็มักมีเรื่องชกต่อยกันจนเป็นเรื่องปกติ
โดยเฉพาะน้องชายที่เป็นคนใจร้อนและชอบพาลหาเรื่องพี่ชายอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายพี่ชายแท้ ๆ จนเสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดยอดสมรรถนะ: 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 – ปลดปล่อยพลังเหนือขีดจำกัด
ในโลกของยานยนต์ระดับไฮเอนด์ มีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ และนิยามใหม่ของคำว่า “ความเร็ว” ได้อย่างแท้จริง สำหรับนักสะสม ผู้ชื่นชอบสมรรถนะ และผู้ที่ฝันถึงสุดยอดเครื่องจักรบนท้องถนน “ไฮเปอร์คาร์” คือจุดสูงสุดของความปรารถนาเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่หลอมรวมเอาเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่ล้ำยุค และพละกำลังมหาศาลเข้าไว้ด้วยกัน ในปี 2025 ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงร้อนแรงด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด ผู้ผลิตต่างทุ่มเทงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างสรรค์รถที่เร็วที่สุด แรงที่สุด และน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในประวัติศาสตร์ วันนี้เราจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกแห่งความเร็วสูงสุด เจาะลึก 5 อันดับไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ที่จะทำให้คุณต้องเหลียวหลังและหัวใจเต้นแรง
การจัดอันดับ 5 สุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวกระโดด การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขบนมาตรวัดความเร็วอีกต่อไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง วัสดุที่เบาแต่แข็งแกร่ง เทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ก้าวล้ำ และการควบคุมที่แม่นยำเหนือชั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกหลอมรวมไว้ในไฮเปอร์คาร์แห่งปี 2025 ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
SSC Tuatara: เจ้าแห่งความเร็วที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสถิติ
SSC Tuatara ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือปรากฏการณ์ทางวิศวกรรมที่ SSC North America ทุ่มเทเพื่อทำลายสถิติความเร็วโลกอย่างแท้จริง เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ราว 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Tuatara ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์และความพิเศษ การออกแบบภายนอกเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ลื่นไหล ตัดกับความดุดันของกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ผสานไปกับไฟหน้า LED ทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบเรียวยาว และสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มแรงกดและการทรงตัวขณะทำความเร็วสูง การผสมผสานระหว่างความสวยงามที่เรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยสมรรถนะ และรายละเอียดทางวิศวกรรมที่พิถีพิถัน ทำให้ SSC Tuatara กลายเป็นที่จับตาของเหล่าผู้คลั่งไคล้ความเร็วทั่วโลก
หัวใจของความเร็ว: สเปคเครื่องยนต์ของ SSC Tuatara
ภายใต้รูปลักษณ์อันน่าทึ่ง SSC Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ความจุ 5.9 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างสุดขั้ว ให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,617 นิวตัน-เมตร ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะปรากฏขึ้นสูงสุดเมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 ผสานกับระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่ 7 สปีดที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อส่งกำลังสู่ล้อหลัง Tuatara สามารถทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และที่สำคัญที่สุด คือความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นสถิติที่ยืนยันสถานะของมันในฐานะหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
Bugatti Chiron Super Sport 300+: สัมผัสความเร็วระดับ 300 ไมล์ต่อชั่วโมง
Bugatti Chiron Super Sport 300+ ไม่ใช่แค่การก้าวข้ามขีดจำกัด แต่เป็นการทำลายกำแพงทางจิตวิทยาของการขับขี่รถยนต์ที่เคยมีมา เปิดตัวในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นราว 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 30 คัน สะท้อนถึงความพิเศษและความต้องการที่สูงลิ่ว การออกแบบภายนอกยังคงความดุดัน โฉบเฉี่ยว และเปี่ยมด้วยสปอร์ตตามสไตล์ Bugatti แต่มาพร้อมการปรับปรุงทางอากาศพลศาสตร์เพื่อรองรับความเร็วที่สูงขึ้น ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ทั้งความหรูหราและความรู้สึกถึงสมรรถนะที่พร้อมจะระเบิดออกมา เบาะนั่งได้รับการออกแบบมาเพื่อโอบกระชับผู้ขับขี่อย่างดีเยี่ยม มอบทั้งความสบายและความมั่นคงในการควบคุมรถที่ความเร็วสูง Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือนิยามใหม่ของไฮเปอร์คาร์ที่ผสมผสานความงดงาม ความหรูหรา และสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้
ขุมพลัง W16 ที่ทรงพลัง: สเปคเครื่องยนต์ของ Bugatti Chiron Super Sport 300+
หัวใจหลักของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทอร์โบชาร์จถึง 4 ตัว ให้กำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเป็นแบบคลัตช์คู่ 7 สปีดที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ได้อย่างไร้ที่ติ ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และสามารถทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Chiron Super Sport 300+ ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติ แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำอย่างแท้จริง
Hennessey Venom F5: ศิลปะแห่งความเร็วและสมรรถนะ
Hennessey Venom F5 คือผลงานชิ้นเอกจาก Hennessey Special Vehicles ที่ผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะระดับสูงสุดได้อย่างลงตัว เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 24 คัน เพื่อรักษาความเป็นเอกสิทธิ์ Hennessey Venom F5 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรา โฉบเฉี่ยว และมีความโค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ให้ความรู้สึกถึงความเร็วแม้ในขณะจอดนิ่ง การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย เบาะนั่ง Bucket Seat ที่ทำจากหนัง Alcantara ช่วยโอบรับสรีระของผู้ขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมปุ่มควบคุมที่เข้าถึงง่าย และหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลขนาด 10.1 นิ้วที่ทันสมัย ทำให้การขับขี่ Venom F5 กลายเป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับ
ขุมพลัง V8 ที่ดุดัน: สเปคเครื่องยนต์ของ Hennessey Venom F5
Hennessey Venom F5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร แบบเทอร์โบคู่ ที่ได้รับการปรับจูนจนให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ตัวรถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ตั้งเป้าไว้ที่ 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Hennessey Venom F5 เป็นอีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ และสมควรได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลก
Bugatti Bolide: วิวัฒนาการแห่งรถแข่งสู่ท้องถนน
Bugatti Bolide คือการผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณของรถแข่ง Formula 1 กับความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti เปิดตัวโดย Bugatti Engineering GmbH ในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 40 คัน Bolide ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถแข่งมากที่สุด โดยยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยและสมรรถนะ Bugatti Bolide โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยเส้นสายตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Formula 1 ไฟหน้าทรงกลม LED ที่เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ช่วยลดแรงดันอากาศและเพิ่มแรงกดลงบนพื้น รวมถึงช่องระบายอากาศด้านข้างที่ช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรก หลังคารถทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา เพื่อลดน้ำหนักรวมของรถและเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์
ขุมพลัง W16 แห่งสนามแข่ง: สเปคเครื่องยนต์ของ Bugatti Bolide
Bugatti Bolide ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาเพียง 1,240 กิโลกรัม ทำให้ Bugatti Bolide มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่น่าทึ่ง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide คือสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุด เป็นดั่งรถแข่งที่พร้อมจะปลดปล่อยความเร็วออกมาทุกเมื่อ
Devel Sixteen: พลังอันมหาศาลจากตะวันออกกลาง
Devel Sixteen คือไฮเปอร์คาร์ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานจาก Devel Motors ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นราว 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Devel Sixteen มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และสปอร์ตอย่างเต็มขั้น ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สวยงามที่ผสานกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ด้านหลังโดดเด่นด้วยไฟท้ายทรงเรียวยาวและสปอยเลอร์สุดเท่ การตกแต่งภายในเน้นความหรูหราด้วยวัสดุพรีเมียมอย่างหนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ พร้อมเบาะนั่งสปอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม Devel Sixteen เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของไฮเปอร์คาร์ที่ผสมผสานสมรรถนะที่น่าทึ่งเข้ากับดีไซน์ที่สะดุดตา
ขุมพลัง V16 ที่ไม่ธรรมดา: สเปคเครื่องยนต์ของ Devel Sixteen
แม้จะยังคงมีข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการทั้งหมด แต่ Devel Sixteen ถูกกล่าวขานว่าขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V16 ที่ให้กำลังมหาศาล โดยมีเป้าหมายที่จะทำความเร็วสูงสุดได้เกินกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง และสะท้อนถึงความพยายามของ Devel Motors ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะยานยนต์ Devel Sixteen จึงเป็นไฮเปอร์คาร์อีกคันที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อพูดถึงสุดยอดความเร็ว
อนาคตแห่งความเร็ว: เทรนด์ใหม่ของไฮเปอร์คาร์ในปี 2025
ปี 2025 ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่ตลาดนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฮบริดกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการผสานพลังไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อเพิ่มพละกำลังและประสิทธิภาพให้เหนือกว่าที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ การใช้วัสดุน้ำหนักเบาที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เช่น กราฟีน หรือวัสดุผสมแบบใหม่ๆ จะช่วยลดน้ำหนักของรถลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การอัตราเร่งและการควบคุมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ถูกผลักดันให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นในปี 2025 ระบบ Active Aerodynamics ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างของตัวรถได้แบบเรียลไทม์ตามสภาวะการขับขี่ จะกลายเป็นคุณสมบัติที่พบได้บ่อยขึ้นในไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและความเสถียรเมื่อใช้ความเร็วสูง
บทสรุป: นิยามใหม่ของสุดยอดสมรรถนะ
SSC Tuatara, Bugatti Chiron Super Sport 300+, Hennessey Venom F5, Bugatti Bolide และ Devel Sixteen คือตัวแทนแห่งสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์ในปี 2025 ที่ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติความเร็ว แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการก้าวข้ามขีดจำกัด และสร้างสรรค์สิ่งที่เคยเป็นเพียงความฝันให้กลายเป็นจริง
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว แรง และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โลกของไฮเปอร์คาร์ในปี 2025 จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดขีดแห่งความเร็วแล้วหรือยัง? สำรวจโลกแห่งไฮเปอร์คาร์และค้นพบสุดยอดสมรรถนะที่รอคุณอยู่!

