ล่าสุดวันนี้ (28 ธ.ค. 68) คุณแม่ป้ายแดงอย่างนักแสดงสาว แมท ภีรนีย์ ได้โพสต์สตอรี่อวดภาพท้องโต ครบ 40 สัปดาห์ พร้อมแคปชันว่า
“ลูกชายยังสนิทกับเครื่องในอยู่นะคะ ยังคงปฏิเสธปากมดลูกคุณแม่อยู่”
ทำเอาแฟนคลับลุ้นว่าคืนนี้พวกเราจะได้เห็นหน้าลูกชายคนแรกของแม่แมท แล้วหรือยัง หนูเผือกขอให้ทั้งคุณแม่และเบบี๋ปลอดภัยนะคะ.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน
สุดยอดขุมพลัง: 5 อันดับ Hypercar ที่เร็วที่สุดในโลกแห่งปี 2025
ในโลกยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง “Hypercar” คือนิยามของสุดยอดสมรรถนะ นวัตกรรม และการออกแบบที่ล้ำสมัย รถยนต์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะวิศวกรรมที่สามารถปลดปล่อยพละกำลังมหาศาลจนมนุษย์ต้องทึ่ง ในปี 2025 นี้ ตลาด Hypercar ยังคงร้อนแรง ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างค่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์ที่สุดของความเร็วและความแรง วันนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ 5 อันดับ Hypercar ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ซึ่งคัดสรรมาแล้วจากผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมายาวนานกว่าทศวรรษ
SSC Tuatara: จ้าวแห่งความเร็วที่ไร้คู่แข่ง
หากพูดถึงความเร็วสูงสุดที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ SSC Tuatara คือชื่อที่ปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย Hypercar สัญชาติอเมริกันจาก SSC North America (Shelby SuperCars North America) ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง ด้วยการทำลายสถิติความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ การออกแบบของ Tuatara เน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด เพื่อรีดประสิทธิภาพการขับขี่ให้ได้มากที่สุด เส้นสายที่เฉียบคม กระจังหน้าขนาดใหญ่ และสปอยเลอร์หลังอันโดดเด่น ไม่เพียงแต่เสริมความดุดัน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงกด (downforce) ที่จำเป็นสำหรับการยึดเกาะถนนขณะทำความเร็วสูง
ขุมพลังสุดโหด: SSC Tuatara มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 5.9 ลิตร ที่สามารถรีดกำลังมหาศาลได้ถึง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85 และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ที่ส่งกำลังไปยังล้อหลังอย่างแม่นยำ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 2.5 วินาที และ ความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการที่ได้รับการรับรองอยู่ที่ 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (แม้จะมีรายงานถึงสถิติที่สูงกว่านี้ แต่สถิติอย่างเป็นทางการยังคงเป็นที่ยอมรับ) Tuatara ไม่ใช่แค่รถที่เร็วที่สุด แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางวิศวกรรมที่ท้าทายทุกขีดจำกัด
Bugatti Chiron Super Sport 300+: สัญลักษณ์แห่งความหรูหราและพละกำลัง
Bugatti แบรนด์รถยนต์ Hypercar ระดับตำนาน ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวัง และ Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างความหรูหรา การออกแบบที่สง่างาม และพละกำลังที่เหนือชั้น การผลิตจำนวนจำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก ยิ่งทำให้รุ่นนี้กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบความเร็วระดับสูงสุด การออกแบบภายนอกของ Chiron Super Sport 300+ เน้นความโฉบเฉี่ยวและดุดัน เส้นสายที่โค้งมนแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง สะท้อนถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุชั้นเลิศอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ความรู้สึกพรีเมียมและสปอร์ตไปพร้อมกัน
ขุมพลัง W16 อันทรงพลัง: หัวใจหลักของ Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และ ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง Bugatti Chiron Super Sport 300+ ยังคงเป็น Hypercar ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์
Hennessey Venom F5: จรวดทางเรียบจากแดนอเมริกัน
Hennessey Special Vehicles ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากสหรัฐอเมริกา ได้สร้างชื่อเสียงจาก Hennessey Venom F5 ซึ่งเป็น Hypercar ที่ออกแบบมาเพื่อทำลายสถิติความเร็วโดยเฉพาะ ด้วยการผลิตเพียง 24 คันทั่วโลก Venom F5 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน การออกแบบที่ลื่นไหลช่วยลดแรงต้านอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองการขับขี่ด้วยความเร็วสูง เบาะนั่งแบบ Bucket Seat ที่หุ้มด้วยหนัง Alcantara ให้การรองรับสรีระที่ดีเยี่ยม พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 10.1 นิ้ว สะท้อนถึงความเป็นรถยนต์แห่งอนาคต
พละกำลังทะลุ 1,800 แรงม้า: Hennessey Venom F5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร ที่น่าทึ่งมากคือสามารถผลิตกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,617 นิวตัน-เมตร ทำให้รถคันนี้มีอัตราเร่งที่น่าตื่นตาตื่นใจจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 2.6 วินาที และ มีความเร็วสูงสุดที่ตั้งเป้าไว้สูงถึง 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Venom F5 เป็น Hypercar ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์
Bugatti Bolide: ดีไซน์สนามแข่ง สู่ท้องถนน
Bugatti Bolide คือ Hypercar ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในสนามแข่ง แต่ก็ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนถนนสาธารณะได้เช่นกัน การออกแบบของ Bolide ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง Formula 1 ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ดุดัน และเน้นหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด ไฟหน้าทรงกลม LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าพร้อมช่องรับลมขนาดใหญ่เพื่อลดแรงดันอากาศ และสปอยเลอร์หลังที่ช่วยเพิ่มแรงกดลงบนพื้น ผสมผสานกับโครงสร้างที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ทำให้ Bolide มีน้ำหนักเพียง 1,240 กิโลกรัม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราเร่งและความคล่องตัว
ขุมพลัง W16 ที่เหนือกว่า: Bugatti Bolide มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ทรงพลังยิ่งกว่ารุ่นอื่นๆ ให้กำลังถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักที่เบาและพละกำลังมหาศาล ทำให้ Bolide สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.17 วินาที และ มีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ถึง 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide คือ Hypercar ที่รวมเอาที่สุดของสมรรถนะการขับขี่ในสนามแข่งเข้ากับความสวยงามที่เหนือกว่าใคร
Devel Sixteen: ความฝันสุดโต่งจาก UAE
Devel Sixteen คือ Hypercar ที่เกิดจากวิสัยทัศน์อันทะเยอทะยานของผู้ผลิตจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Devel Motors ด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของรถแข่ง Devel Sixteen โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม ดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมกระจังหน้าและช่องรับลมขนาดใหญ่ ด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์สุดเท่ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียมอย่างหนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ ให้ความรู้สึกหรูหราและสปอร์ตพร้อมกัน เบาะนั่งแบบสปอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ
ขุมพลังที่ไม่เคยมีมาก่อน: Devel Sixteen ได้รับการกล่าวขานถึงพละกำลังที่มหาศาล โดยมีรายงานว่ามาพร้อมเครื่องยนต์ V16 Quad-Turbo ที่สามารถรีดกำลังได้ถึง 5,007 แรงม้า (แม้ตัวเลขนี้จะสูงมากและยังคงเป็นที่ถกเถียงในวงการ) และ ความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 550 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้อาจจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการ แต่ Devel Sixteen ก็ได้สร้างความฮือฮาและแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่ไม่มีที่สิ้นสุดในโลกของ Hypercar
บทสรุปและอนาคตของความเร็ว:
ปี 2025 ยังคงเป็นยุคทองของ Hypercar ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงสุด การแข่งขันเพื่อสร้างรถที่เร็วที่สุดในโลกยังคงดำเนินต่อไป และแต่ละค่ายต่างงัดกลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ๆ มาประชันกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่าเดิม การพัฒนาระบบอากาศพลศาสตร์ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น หรือการใช้วัสดุน้ำหนักเบาที่ล้ำสมัย เหล่า Hypercar เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของความเร็ว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนายานยนต์ในอนาคต
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสุดยอดสมรรถนะ ความเร็วที่บ้าคลั่ง และการออกแบบที่ไร้ที่ติ การติดตามความเคลื่อนไหวของ Hypercar เหล่านี้คือสิ่งที่พลาดไม่ได้ และหากคุณพร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่า ลองจินตนาการถึงการได้นั่งหลังพวงมาลัยของหนึ่งในสุดยอด Hypercar เหล่านี้ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมโลกยานยนต์ถึงได้น่าตื่นเต้นเสมอ!

