วันนี้ (23 ม.ค.) พรรคเพื่อเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ลานพาร์คพารากอน โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดนโยบายใหม่ของพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวออกตัวก่อนว่า พรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นต้องเปิดตัวรัฐมนตรี เพราะไม่ใช่จุดอ่อนพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก
และที่ผ่านมาเคยมีนักวิชาการมาเป็นรัฐมนตรี มี ผบ.เหล่าทัพคุมกลาโหม เคยมีหมอมาคุมกระทรวงสาสุข แต่คนเหล่านั้น บางคนกลับไม่เป็นที่จดจำ ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ตรงกันข้ามมีรัฐบาลที่มีพันโทเป็นนายกรัฐมนตรี จะได้รับการจดจำจากประชาชน ว่าเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุดตลอดมา ไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถแต่คือหัวใจที่อยู่เคียงคู่กับประชาชน และเมื่อเรียกร้องให้เราเปิดชื่อคณะรัฐมนตรี ตนในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะขอประกาศ แค่ 1 รายชื่อคือนายกรัฐมนตรีศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเดินหน้าสื่อสารเรื่องนโยบายกับประชาชน ทั้งการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เรียนได้งบจบงาน รถไฟฟ้า 20 ตลอดสาย คนไทยไร้จน หวยเกษียณ บ้านเพื่อคนไทย 30 บาทรักษาทุกโรค เอไอ การแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่นด้วยการเป็นรัฐบาลดิจิทัล และเดินหน้าการปราบ การปราบยาเสพติดแบบไม่จบไม่สิ้น ภายใต้จุดมุ่งหมายหลักภายใต้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เราจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศรายได้สูงขยายตัวเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งหมดนี้จะไม่มีทางสมบูรณ์แบบได้ถ้าเราขาดข้อมูลที่มันแม่นยำ ไม่ใช่การคาดเดา สู่การทำงานบนฐานข้อมูล เปลี่ยนดรามาเป็นดาต้า เพราะข้อมูลสร้างระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้กับประเทศ เพื่อให้รัฐบาลสามารถเข้าถึงเศรษฐกิจฐานราก โดยผลลัพธ์ที่กลับมาจะตกถึงมือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้
พร้อมกันนี้ ยังประกาศอีกหนึ่งนโยบาย รวยทุกวัน 9 ล้าน 9 คน และมีโอกาสทุกวัน โดยผู้ได้รับสิทธิ์วันละ 9 คน จะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม เศรษฐีเงินล้าน 4 คนแรกมาจาก 4 กลุ่มคือ พี่น้องเกษตรกร วันนี้เกษตรกร 1.7 ล้านครัวเรือน ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน การที่เราไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ทําให้รัฐบาลไม่สามารถดูแลได้อย่างตรงจุด ทำให้ขาดความสามารถที่จะปรับตัว จากนี้เกษตรกรเพียงแค่ลงทะเบียนก็ได้ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านทุกวัน
กลุ่มที่ 2 คือคนที่เสียสละเพื่อสาธารณะประโยชน์ อาทิ อสม. อสส. กลุ่มที่ 3 ผู้สูงอายุที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มที่ 4 คือประชาชนผู้ยื่นภาษี ที่เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คน 4 กลุ่มนี้จะได้สุ่มชื่อลุ้นเงินรางวัล1 ล้านบาททุกวันทุกกลุ่ม กลุ่มละ 1 คน 1 ล้านบาท อีก 5 คนที่ได้ลุ้นเงินล้าน มาจากประชาชนที่จับจ่ายใช้สอย ที่จะได้โบนัสแห่งโอกาสสู่การเปลี่ยนชีวิต จากทุกการใช้จ่ายที่มีใบเสร็จ รัฐบาลจะสุ่มแจก จำนวน 5 คน คนละ 1 ล้านบาท ทุกวันไม่เว้นวันหยุด คนที่ไม่ถูกรางวัล ไม่เสียอะไรเลย แต่ยังได้รับความสะดวกสบายจากระบบใบเสร็จดิจิทัล และมีความหวังรออยู่ทุกวัน ขณะที่ผู้ประกอบการจะได้ยกระดับร้านค้าสู่มาตฐานสากลด้วยระบบที่รัฐให้บริการฟรีและจะมีลูกค้ามากขึ้นจากแรงจูงใจจากนโยบายนี้และเราจะมีฐานข้อมูลของแพงที่ไหนรัฐบาลรู้ทันทีแก้ไขได้ตรงจุด
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า “มีหลายคนรอฟังว่าวันนี้หนิมจะพูดอะไรถึงหนู แต่ขอโทษหนูไม่อยู่ในสายตาหนิมอีกต่อไป เพราะคุยกับหนูยังไงมันก็ไม่จบ เพราะข้างหลังหนูยังมีเนอยู่ วันนี้หนิมเลยจะฝากถึงใครอีกคน ยืนเกาะประตูรั้วทำเนียบอยู่เขาไม่ให้เข้า พกวเราอยู่ที่ต่อสู้กับอนุรักษ์นิยมมา 20 ปี เท้งทำคว่ำทั้งกระดาน เอา 14 ล้านเสียงไปใส่พานให้หนูมาเป็นนายกฯ เท้งเอาเสียงประชาชนไปเล่นขายของ แล้วบอกว่าเป็นการทดลองที่ล้มเหลว หนิมอยากถามเท้งว่าใครเป็นคนจ่ายราคาการทดลองที่ล้มเหลว เหตุการณ์ที่หาดใหญ่ การโยกย้ายข้าราชการ การจัดซีเกมส์ เขากระโดง ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น เราไม่มีเวลาให้เอาประเทศไปเป็นหนูทดลอง คนไทยไม่ใช่หนูทดลองของเท้ง เลือกเท้งได้หนูมาทดลอง เลือกเพื่อไทยได้ เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯแน่นอน ยกเครื่องประเทศไทยเพื่อไทยทำได้ ถ้าตัดสินใจแล้วเลือกเพื่อไทยสองใบ ส่ง เชน ยศชนัน เป็นนายกฯ
ประชันสมรรถนะ: สรุปภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025 และทิศทางสู่ปี 2026
ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่ผันผวนและน่าจับตามองในวงการยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงและตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก (EV) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลวัตที่ซับซ้อนและท้าทาย บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกถึงภาพรวมที่ผ่านมาของปี 2025 และคาดการณ์ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2026 โดยเน้นย้ำถึงผู้ที่ “รุ่ง” และผู้ที่ “ร่วง” ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้น
ปี 2025: ซูเปอร์คาร์ยังคงครองบัลลังก์ ท่ามกลางความท้าทายของตลาด EV
หากย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 2010 หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า ตลาด “ซูเปอร์คาร์” กำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัวหรือไม่ แต่เมื่อมองภาพรวมในปี 2025 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป สมมติฐานดังกล่าวต้องถูกหักล้างไปอย่างสิ้นเชิง ปี 2025 คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงระดับพรีเมียมยังคงแข็งแกร่งและไม่มีแนวโน้มที่จะลดน้อยลง แบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ต่างมียอดจองที่ยาวเหยียดไปจนถึงข้ามปี แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อและความหลงใหลในยนตรกรรมที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้น
ในขณะที่ค่ายรถยนต์แบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งกำแพงภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น การชะลอตัวของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาที่เข้าถึงง่าย แบรนด์ซูเปอร์คาร์เหล่านี้กลับสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าที่ภักดีและสร้างความต้องการในตลาดเฉพาะกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดรถยนต์ Luxury โตสวนกระแส: ความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก
ภาพรวมของตลาดรถยนต์ Luxury ในปี 2025 ถือว่าเติบโตอย่างโดดเด่น สามารถสวนกระแสเศรษฐกิจและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่าเหนือ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาทไทย สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับรถยนต์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมเฉพาะตัวของเจ้าของ ก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองเพียงแค่การเดินทาง แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในทางตรงกันข้าม แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอัตราการเติบโตได้ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงก่อนหน้า ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายราย ไม่ว่าจะเป็น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างก็เผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันของ “รถ EV สัญชาติจีน” ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นอกจากนี้ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในบางสังคม ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ปี 2025: มรสุมของ Tesla และ Porsche ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม
สำหรับ Tesla ผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ในปี 2025 ถือเป็นปีที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากรอบด้าน ทั้งในด้านยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลงทั่วโลก รวมถึงการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูของรถยนต์ที่มีรายงานว่าขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ กระแสต่อต้านตัวซีอีโอ Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ จนมีรายงานว่าลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์บนท้ายรถเพื่อแสดงความเห็นว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้”
ขณะที่ Porsche แบรนด์รถสปอร์ตหรูในเครือ Volkswagen Group ประสบกับปีที่ท้าทายอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากปัญหาด้านการเงินที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และการที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้ว่าจะมีการทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการตลาดและเชิญดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้งติดต่อกัน มูลค่าหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปี คิดเป็นมูลค่าถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ของ Porsche ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อลูกค้าประจำเริ่มออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาจำหน่ายที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลจำนวนมากในห้องโดยสาร ซึ่งอาจทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: กลยุทธ์ที่แตกต่างสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน
ในขณะที่คู่แข่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงต้องเผชิญกับความท้าทาย Ferrari กลับสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและเป็นที่น่าจับตามองที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล โดยมีปริมาณยอดจองรถยนต์ที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญของความสำเร็จนี้ มาจากการที่ Ferrari พึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมากเท่าที่ควร นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำลงเหมือนที่เกิดขึ้นกับ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความภักดีต่อแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็เป็นที่จับตามองอย่างมาก ทำให้บัลลังก์แห่งม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปในระยะยาว
จับตาปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 สนามแข่ง Formula 1 จะกลายเป็นเวทีสำคัญของการแข่งขันครั้งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมของ Audi และ Cadillac ที่พร้อมจะประชันฝีมือในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของ Cadillac ที่หลายคนมองว่าเป็น “รถสำหรับวัยค่อนคน” ด้วยการเลือกนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม Cadillac หวังที่จะใช้กระแสความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ด้วยการเข้าซื้อกิจการทีม Sauber ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะปลุกกระแสแบรนด์ Audi ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมานานกว่าศตวรรษ และมีศักยภาพที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week ซึ่งรถต้นแบบคันนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนารถยนต์ Audi ยุคใหม่ โดยจะผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นคลาสสิกอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ รวมถึงกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ยังคงมีศักยภาพที่จะเติบโตและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
โอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้บริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ การทำความเข้าใจพลวัตของตลาดนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การจับตาดูแนวโน้มการเติบโตของตลาดซูเปอร์คาร์และรถยนต์ Luxury รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบจากการแข่งขันของแบรนด์ใหม่ๆ จะช่วยในการตัดสินใจลงทุนที่แม่นยำ ในขณะที่ผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูง ควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าในระยะยาวและคุณค่าทางอารมณ์ที่แบรนด์ต่างๆ สามารถมอบให้ได้
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเร้าใจ และมองหาความพิเศษที่เหนือกว่าใครถึงเวลาแล้วที่จะศึกษาและคว้าโอกาสในตลาดที่ยังคงร้อนแรงนี้!

