• Sample Page
News
No Result
View All Result
No Result
View All Result
News
No Result
View All Result

KPI Poll x LINE Today เปิดผลโพลเลือกตั้ง 69 พบประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ใครเหมาะนั่งนายกฯ

admin79 by admin79
January 22, 2026
in Uncategorized
0
KPI Poll x LINE Today เปิดผลโพลเลือกตั้ง 69 พบประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ใครเหมาะนั่งนายกฯ

สถาบันพระปกเกล้า ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง KPI Poll และ LINE today สำรวจความคิดเห็นของประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความเห็นต่อนโยบายพรรคการเมืองแบบไหนที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก วันที่ 19-22 มกราคมนี้ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE today

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า KPI Poll ไม่ใช่ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อตั้งขึ้นมาเฉพาะช่วงการเลือกตั้ง แต่จะขยายไปถึงประเด็นที่สังคมสนใจ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเป็นผู้รับผิดชอบ และแอปพลิเคชันไลน์ถือเป็นแอปฯ ที่มีคนใช้เป็นจำนวนมาก เกิดเป็นความร่วมมือกัน เชื่อว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่เหมือนกับโพลที่ผ่านมา

สำหรับผลโพลหัวข้อ ‘เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสายตาของประชาชน’ จากผลสำรวจพบว่า ประชาชน 26.2% ระบุว่ายังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 18.8% อันดับ 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.9% อันดับ 4 ศาสราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 10.9% และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 10.2%

เมื่อจำแนกกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร พบว่า 24.5% อยู่ใน Gen Z (อายุ 18-27 ปี) รองลงมา 19.5% เป็น Gen Y (อายุ 28-43 ปี) 25.9% เป็น Gen X (อายุ 44-59 ปี) และ 24.5% กลุ่ม Baby boomer (อายุ 60 ปีขึ้นไป)

สำหรับความเห็นบุคคลใดสามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง จำแนกตามความเห็นของแต่ละ GEN พบว่า

Gen Z กว่า 33.8% ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล 11.3% และศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 8.1%

Gen Y กว่า 19.6% ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล 14.1% และศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 10.8%

Gen X กว่า 21.2% ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 11.9% และศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 11.4%

Baby boomer กว่า 20.4% ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ 15.1% และศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 14.1%

บทสรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: ซูเปอร์คาร์ผงาด ตลาด EV ชะลอตัว และการแข่งขัน F1 ที่เข้มข้นในปี 2026

ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการพลิกผันครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูง หรือ “ซูเปอร์คาร์” ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ferrari, Bugatti, Pagani และ Koenigsegg ที่กวาดยอดจองล้นหลามจนต้องรอกันข้ามปี สวนทางกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่เผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากค่ายรถสัญชาติจีน รวมถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจและนโยบายที่เปลี่ยนแปลงไป

ในขณะเดียวกัน แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำอย่าง Porsche และ Tesla ต่างเผชิญกับปีที่ยากลำบาก Porsche ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนถึงขั้นหลุดจากการเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนี ขณะที่ Tesla ต้องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาด และต้องรับมือกับกระแสต่อต้านตัว Elon Musk ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และยอดขาย

เมื่อมองไปยังปี 2026 การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์จะย้ายสมรภูมิไปสู่สนาม Formula 1 เมื่อ Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมวงอย่างเป็นทางการ โดยหวังใช้เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์แบรนด์ ดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ และยกระดับการรับรู้ถึงแบรนด์ในตลาดระดับโลก

ตลาดรถหรู: การเติบโตสวนกระแสท่ามกลางความท้าทาย

หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงก่อนปี 2020 หลายคนอาจเคยตั้งคำถามถึงจุดอิ่มตัวของตลาด “ซูเปอร์คาร์” แต่ภาพรวมในปี 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสมมติฐานดังกล่าวผิดถนัด ปีนี้สมควรได้รับการจารึกว่าเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ดูเหมือนว่าความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari หรือ Lamborghini จะไม่มีเพดานจำกัด

ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นกำลัง “เมาหมัด” จากกำแพงภาษีที่ซับซ้อน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากจีนที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แบรนด์ซูเปอร์คาร์เหล่านี้กลับสามารถโกยกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้ากระเป๋าหนักต้องรอรับรถนานข้ามปี

ตลาดรถยนต์ Luxury ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่นอย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยของรถใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทะลุ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์กระปุก” ที่กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม การสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom หรือการตกแต่งตามความต้องการเฉพาะตัว (Bespoke) ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความต้องการของเจ้าของในการแสดงออกถึงเอกลักษณ์และตัวตนผ่านยานพาหนะคู่ใจ

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ทิศทางกลับแผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างจังจากการแข่งขันที่รุนแรงของ “รถ EV จีน” ที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่าย ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ซึ่งทำให้รถไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว

ปีแห่งมรสุมสำหรับ Tesla และ Porsche: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่หดหาย ซ้ำยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ กระแสต่อต้าน CEO Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์แก้ตัวท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” สะท้อนถึงปัญหาด้านภาพลักษณ์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์

ในฝั่งของ Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่เผชิญกับความเจ็บปวดอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อน และการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ของบริษัทอย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถสร้างผลตอบรับที่เปรี้ยงปร้างอย่างที่คาดหวังไว้ แม้จะทุ่มงบประมาณการตลาดมหาศาลในการจ้างดาราฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์

ผลลัพธ์คือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง หุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการยัดเยียดระบบดิจิทัลในห้องโดยสารมากเกินไป จนทำให้ขาด “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป

ความท้าทายนี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ Porsche โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เพื่อนำพาแบรนด์ฝ่าวิกฤตและกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จอีกครั้ง

Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและความแข็งแกร่งที่ยั่งยืน

ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล พร้อมกับยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดซูเปอร์คาร์ โดยทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปแบบไม่เห็นฝุ่น

กุญแจสำคัญของความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าหมายการขาย EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาขายต่อของรถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan

แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความภักดีต่อแบรนด์ในระดับสูง และการที่รุ่นใหม่ๆ อย่าง “Amalfi” กำลังเป็นที่จับตามอง ทำให้บัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งต่อไปในระยะยาว

ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1

สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่สนาม Formula 1 อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อ Audi และ Cadillac ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะทีมแข่ง

Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez เข้ามาเสริมทัพ เพื่อเรียกกระแสและความสนใจจากแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต หวังใช้ความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: มีแผนที่จะเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการแข่งขันรถยนต์กว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัย ที่เคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week ซึ่งรถคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยจะผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งตำนานของ Audi TT และ R8 เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนถึงอนาคตของแบรนด์

ด้วยทิศทางอันน่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

ถึงเวลาสำหรับผู้ที่มองหาที่สุดแห่งสมรรถนะและความหรูหรา!

อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ความหรูหราเหนือระดับ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต การศึกษาข้อมูลและเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การครอบครองสุดยอดยานยนต์ที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแท้จริง อย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งวงการยานยนต์!

Previous Post

‘พระปกเกล้าโพล’ เผยผลสำรวจเดือด! ‘เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ–อนุทิน ชาญวีรกูล’ บี้สูสี วัยรุ่นเทให้ พรรคประชาชน สูงวัยหนุน พรรคภูมิใจไทย ‘ยศชนัน’ อันดับ 3 – ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่ 4

Next Post

ล่ามือปืนพม่ายิงตำรวจสาหัส หลังวางแผนล่อซื้ออาวุธเถื่อน

Next Post
ล่ามือปืนพม่ายิงตำรวจสาหัส หลังวางแผนล่อซื้ออาวุธเถื่อน

ล่ามือปืนพม่ายิงตำรวจสาหัส หลังวางแผนล่อซื้ออาวุธเถื่อน

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1703247 กสาวเศรษฐ านโดนย จะเก ดไรข พวกเขาสองคนต องไปใช ตแบบยากจน Part 2
  • T1703259 โดนเพ อนด กว าหาแฟนไม ได Part 2
  • T1703251 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน Part 2
  • T1703260 กแท อย จร งไหม… Part 2
  • T1703252 กน ยแบบน กไม หล นไม ไกลต นจร งๆ Part 2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.