วันที่ 21 ม.ค.69 นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ “ใครจ่ายประกันสังคม นอกจากตึก SKYY9 แล้ว ทราบหรือไม่ ว่าท่านมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโรงอาหารกระทรวงแรงงานด้วย
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2561 แฉ กระทรวงแรงงาน ล้วงเงินผู้ประกันตนจากกองทุนประกันสังคมไปปรับปรุงโรงอาหาร งบโดยประมาณ 12 ล้าน เพื่อให้ดีเท่าในห้างดังๆ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไปและข้าราชการในกระทรวงแรงงาน”
สมรภูมิยานยนต์ปี 2025: ม้าลำพองผงาด ท่ามกลางมรสุม EV และการช่วงชิงบัลลังก์
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ระดับบนที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สวนทางกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่เผชิญกับความท้าทายจากหลากหลายปัจจัย ขณะที่แบรนด์หรูอย่าง Ferrari ยังคงยืนหนึ่งในด้านสมรรถนะและกำไร ในขณะที่ Porsche และ Tesla ต้องเผชิญปีที่ยากลำบากจากการแข่งขันที่ดุเดือดและปัญหาภายใน
ปีทองแห่งซูเปอร์คาร์: ความแรงที่ไม่มีวันหยุด
หลายคนอาจเคยตั้งคำถามเมื่อหลายปีก่อนว่า “ซูเปอร์คาร์” จะไปถึงจุดอิ่มตัวได้หรือไม่ แต่บทสรุปของปี 2025 ได้พิสูจน์แล้วว่าสมมติฐานนั้นผิดถนัด ปีนี้ถือเป็น “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์อย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรับรถข้ามปี
ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กำลังเผชิญกับกำแพงภาษี, ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ และการรุกคืบอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แบรนด์ซูเปอร์คาร์เหล่านี้กลับสามารถทำกำไรได้อย่างงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ไม่มีเพดานสำหรับรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอดและความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
ตลาดรถหรู: เติบโตสวนกระแส ท่ามกลางความต้องการที่เปลี่ยนไป
ตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 มีการเติบโตที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในตลาดสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท)
สิ่งที่น่าสนใจคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงอีกครั้งในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม สัมผัสกลไกการทำงานของเครื่องยนต์ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับล้อ และความท้าทายในการควบคุมรถยนต์สมรรถนะสูง นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom Made ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมเฉพาะของเจ้าของก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ซื้อไม่ได้มองหารถยนต์ที่หรูหราเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่ผูกพันกับรถคันนั้นๆ
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็ชะลอตัวลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแข่งขันที่รุนแรงจาก “รถ EV จีน” ซึ่งมีคุณภาพที่ดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า
นอกจากนี้ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเกิดความลังเลในการตัดสินใจซื้อ ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอในหลายพื้นที่
ปีมรสุมของ Porsche และ Tesla: ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับทั้ง Porsche และ Tesla
Porsche: แบรนด์รถยนต์สปอร์ตจากเยอรมนีรายนี้เผชิญกับปัญหาทางการเงินที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณการตลาดมหาศาลและดึงดารานักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังมาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ผลกระทบที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปี สูงถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาที่อาจสูงเกินจริง และการเพิ่มระบบดิจิทัลในห้องโดยสารมากเกินไป จนอาจทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป
เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ Porsche ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters จะเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นความหวังในการพลิกฟื้นสถานการณ์ของแบรนด์
Tesla: แม้จะเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2025 Tesla ก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากเช่นกัน ทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหายไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
และที่สำคัญคือ กระแสการต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ที่ด้านท้ายรถเพื่อแสดงความรู้สึกว่า “ซื้อรถคันนี้ก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้นำองค์กร ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: ความแข็งแกร่งที่ไร้คู่เปรียบ
ในขณะที่คู่แข่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงเผชิญกับความท้าทาย Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและโดดเด่นที่สุดในตลาด บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ที่สูงได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทำให้ Ferrari ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญของความสำเร็จนี้ คือการที่ Ferrari พึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าการขาย EV เป็นเพียง 20% ภายในปี 2030 ช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาขายต่อของรถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความภักดีในแบรนด์และคุณภาพที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง “Amalfi” ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบัลลังก์ของม้าลำพองในระยะยาว
ปี 2026: การเดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์จะจับจ้องไปที่การก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของสองยักษ์ใหญ่คือ Audi และ Cadillac
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “รถสำหรับผู้สูงอายุ” โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทีม เพื่อเรียกกระแสความสนใจ หวังใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องมือในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมพร้อมที่จะเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสความนิยมให้กับแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการแข่งขันรถยนต์กว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน Formula 1
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่มีดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week โดยรถคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ในยุคใหม่ ซึ่งจะผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และนวัตกรรมยานยนต์ หรือกำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ถึงเวลาแล้วที่คุณจะศึกษาและพิจารณาโอกาสในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้

