18 ม.ค. เป็นวัน “กองทัพไทย” มีการจัดพิธีวางพวงมาลา สักการะดวงวิญญาณนักรบไทย ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์
ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้
โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพร้อมเพรียง
“3 เหล่าทัพ” มีพิธีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ที่รวมไว้ซึ่งสัญลักษณ์ของ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดและเป็นเกียรติยศของหน่วยทหาร เป็นเครื่องนำมาซึ่งความองอาจ กล้าหาญ แห่งหมู่ทหารทั้งปวง
“กองทัพบก” มี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ณ ลานเอนกประสงค์ ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี จัดกำลังสวนสนามในปีนี้ ประกอบด้วย 12 กองพันสวนสนาม 4 กองบังคับการกรม จากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 และกรมทหารปืนใหญ่ที่ 71
“กองทัพเรือ” พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน ณ ลานสวนสนาม หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และสวนสนามโดยจัดกำลังพลหน่วยทหารเข้าร่วม 12 กองพัน
“กองทัพอากาศ” พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน บริเวณลานอเนกประสงค์ อุทยานการบินกองทัพอากาศ มีกำลังพลสวนสนาม 5 กองพัน จากกองพันนักเรียนนายเรืออากาศ กองพันนักเรียนจ่าอากาศ กองพันทหารอากาศโยธิน กองพันทหารต่อสู้อากาศยาน กองพันปฏิบัติการพิเศษ กรมปฏิบัติการพิเศษ พร้อมทั้งจัดเครื่องบินขับไล่แบบที่ 19/ก (F-16 A/B) บินผ่านบริเวณพิธี
ไฮไลต์ “วันกองทัพไทย” ปีนี้ มีพิธีวางมาลัยกร แผ่นจารึกนามผู้เสียสละชีพเพื่อชาติ จำนวน 42 นาย และพิธีเพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 ในชื่อ”ดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568” จากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความเสียสละ และเกียรติศักดิ์ของทหารไทย
แม้การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ระลอกสอง จบไปแล้ว โดยกองทัพสามารถทวงคืน พื้นที่จากฝ่ายตรงข้ามเกือบ 100% แต่สมรภูมิการทูต และสมรภูมิข่าวสาร ยังคงเดินหน้า เป็นเชื้อไฟที่สามารถทําให้เหตุการณ์สู้รบปะทุได้อีก
อีกทั้งการสํารวจจัดทําหลักเขตที่ยังไม่ยุติ อยู่ระหว่างรอขั้นตอนที่จะนําไปสู่การเจรจาในระดับทวิภาคี ตามถ้อยแถลงร่วม Joint Statement หรือ JS ที่ได้ทํา ร่วมกันระหว่างไทยกัมพูชา เมื่อ 27 ธ.ค.2568 รวมถึงปัจจัยการเมืองภายในประเทศ ก็เป็นตัวแปรสําคัญ
บทสรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: ม้าลำพองผงาด ท่ามกลางพายุ EV และการแข่งขันที่ดุเดือด
ปี 2025 ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ภาพรวมตลาดที่ซับซ้อนและผันผวน ได้เผยให้เห็นถึงผู้ชนะที่โดดเด่น และผู้ที่กำลังเผชิญความท้าทายอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (Supercar) และกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
Supercar: ปีทองแห่งความหรูหราและสมรรถนะเหนือชั้น
ตรงกันข้ามกับกระแสคาดการณ์ที่เคยตั้งคำถามถึงจุดอิ่มตัวของตลาด Supercar ในช่วงก่อนหน้านี้ ปี 2025 กลับกลายเป็น “ปีทอง” ของแบรนด์รถยนต์หรูสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง แบรนด์อย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ต่างกวาดยอดจองล้นหลามจนยาวข้ามปี สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ไม่เคยลดลงในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่มองหาสุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์และความหรูหรา
ตลาดรถยนต์ Luxury Segment ในปี 2025 เติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในกลุ่มนี้พุ่งสูงแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์กระปุก” ได้กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงอีกครั้งในหมู่ลูกค้าที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับกระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน
EV: ชะลอตัว ท่ามกลางพายุการแข่งขันและความไม่แน่นอน
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็อยู่ในระดับที่ชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ การรุกคืบอย่างรวดเร็วและทรงพลังของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ที่มาพร้อมกับคุณภาพที่น่าประทับใจและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ได้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับค่ายรถยนต์ดั้งเดิมรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Audi, Ford, GM หรือ Volvo
ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของตลาด EV ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ รวมถึงประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ซึ่งทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ถูกถกเถียงและอาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อในหลายครอบครัว
Tesla และ Porsche: ปีแห่งมรสุมและความท้าทายที่ไม่คาดคิด
สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla เผชิญกับความยากลำบากรอบด้าน ทั้งยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาที่หดหายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Tesla ยังต้องเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนถึงขั้นมีรายงานว่าลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ท้ายรถเพื่อแก้ต่างถึงการตัดสินใจซื้อรถ Tesla ก่อนที่จะรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับ Elon Musk เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์
ในขณะที่ Porsche ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูง กลับต้องเผชิญกับปีที่เจ็บปวดที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินและการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าจะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาดและจ้างดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์
ผลกระทบที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากการปรับลดประมาณการผลประกอบการถึง 3 ครั้ง มูลค่าหุ้นของบริษัทดิ่งลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป สิ่งนี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เพื่อเข้ามาแก้ไขสถานการณ์
Ferrari: ความแข็งแกร่งที่ผงาดเหนือคู่แข่ง
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับแสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับกำไร (Profit Margin) ในระดับที่สูงอย่างมหาศาล และมียอดจองรถยนต์ที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ซึ่งเป็นการทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างเห็นได้ชัด
กุญแจสำคัญของความสำเร็จของ Ferrari มาจากการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (ปรับเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030) ยังช่วยรักษาคุณค่าของแบรนด์และมูลค่าของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนในกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Amalfi” กำลังเป็นที่จับตามอง ซึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การก้าวเข้ามาของ Audi และ Cadillac ในสังเวียน Formula 1
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยเก๋า” ของแบรนด์ แบรนด์เลือกนักแข่งมากฝีมืออย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม โดยหวังใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องมือในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมพร้อมเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่เคยเงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยสร้างความฮือฮาในงาน Milan Design Week ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นดังในอดีตอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ยังคงมีศักยภาพที่จะร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
การแข่งขันที่ดุเดือด การพลิกโฉม และโอกาสที่กำลังจะมาถึง
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 ได้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวครั้งใหญ่และความสามารถในการฟื้นตัวของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง Ferrari คือตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำเร็จที่เกิดจากการบริหารจัดการที่ชาญฉลาดและการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่แบรนด์อย่าง Porsche และ Tesla กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข
สำหรับปี 2026 สนาม Formula 1 จะกลายเป็นเวทีสำคัญในการสร้างกระแสและยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ การแข่งขันที่กำลังจะอุบัติขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก แต่ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์หรูในอนาคต
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ความหรูหราที่ไร้กาลเวลา และนวัตกรรมที่ล้ำหน้า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นในโลกยานยนต์ไปกับเรา สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และค้นหาคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการเดินทางของคุณ!

