• Sample Page
News
No Result
View All Result
No Result
View All Result
News
No Result
View All Result

เพจดังแฉกระติกน้ำ “ฮุน เซน” แจกทหารกัมพูชา ก่อนเหตุปะทะชายแดน

admin79 by admin79
January 20, 2026
in Uncategorized
0
เพจดังแฉกระติกน้ำ “ฮุน เซน” แจกทหารกัมพูชา ก่อนเหตุปะทะชายแดน

เพจ Thai Burma Railway ทางรถไฟสายมรณะ ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ โดยมีเนื้อหาช่วงหนึ่งระบุว่า ตนเพิ่งได้กระติกน้ำที่มีภาพของฮุน เซน และภรรยาคือ บุญรานี ที่มอบให้ทหารกัมพูชาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการสู้รบกับทหารไทย ซึ่งทางเพจบอกว่าอยากได้มาก เพราะถือเป็นวัตถุพยานทางประวัติศาสตร์และเป็นสิ่งเตือนใจ

พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวจากทางการกัมพูชาระบุว่า ได้แจกกระติกน้ำลักษณะนี้ให้แก่ทหารกัมพูชาตลอดแนวรบอย่างน้อย 2 ช่วงเวลา 

โดยในช่วงเดือนกันยายน 2568 มีการแจก แต่ไม่มีการแจ้งจำนวนที่แท้จริง ส่วนในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีการแจกเกือบ 4,000 ใบ

ซึ่งทางเพจมองว่า การที่มีภาพฮุน เซน และบุญรานี ปรากฏอยู่บนกระติกน้ำนั้น ต้องได้รับคำสั่งจากฮุน เซน หากไม่สั่งโดยตรง อย่างน้อยก็ต้องรับรู้และยินยอมให้ใช้ภาพถ่ายของตนเองและภรรยา

ขณะที่ข้อความบนกระติกนั้น เมื่อแปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า “พ่อแม่อยู่เคียงข้างลูกเสมอ”

ทางเพจยังบอกอีกว่า ภาพพิมพ์ดังกล่าวเป็นภาพของฮุน เซน บุญรานี และคณะทหารกัมพูชา ขณะไปเยี่ยมเยียนศาลาตรีมุข ช่องบก สามเหลี่ยมมรกต เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553

ซึ่งศาลาตรีมุข เป็นจุดสานสัมพันธ์ระหว่างไทย ลาว และกัมพูชา ที่ช่องบก ดำริและก่อสร้างเมื่อปี 2536 โดยในขณะนั้น พลโทอิสระพงศ์ หนุนภักดี ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 และในช่วงเวลาดังกล่าว ไทยและกัมพูชาก็มีความตึงเครียดกันอยู่

ทั้งนี้ ภาพที่ฮุน เซน ถ่ายที่ศาลาตรีมุข และถูกนำไปพิมพ์ไว้บนกระติกน้ำนั้น ประจวบเหมาะกับต้นเหตุของการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาในปี 2568

โดยหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 พลตรีเนี๊ยะ วง ได้นำคณะแม่บ้านทหารของกัมพูชาขึ้นไปร้องเพลงที่ปราสาทตาเมือนธม และเมื่อทหารไทยเข้าห้ามปราม ทำให้เนี๊ยะ วง ไม่พอใจ มีการพูดจาข่มขู่และด่าทอทหารไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นปฐมเหตุของความไม่พอใจระหว่างไทยและกัมพูชา และนำไปสู่เหตุการณ์ต่อเนื่อง คือ การเผาศาลาตรีมุขโดยทหารกัมพูชา ในช่วงประมาณวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2568

ซึ่งทางเพจระบุว่า ในช่วงแรกกองทัพบกพยายามชี้แจงว่าศาลาตรีมุขไหม้เนื่องจากไฟลามมาจากบ้านเรือนฝั่งกัมพูชา แต่ในที่สุดก็เป็นที่รับรู้กันว่า ทหารกัมพูชาเป็นผู้เผา และต่อมายังมีการสร้างฐานทหารบนเนิน 745 รวมถึงการสร้างฐานที่มั่นอย่างแข็งแรง และทำถนนคอนกรีตขึ้นมา

ต่อมาความรุนแรงครั้งแรกได้เกิดขึ้น เมื่อทหารไทยพยายามเข้าไปแจ้งให้ทหารกัมพูชาหยุดขุดคูสนามเพลาะ แต่กลับถูกทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ ส่งผลให้เกิดการปะทะกันในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย

ทางเพจยังระบุว่า หลังจากเกิดเหตุปะทะที่ช่องบก แผนของฮุน เซน คือการนำพื้นที่ช่องบก และอีก 2 ปราสาท ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย ไปยื่นฟ้องต่อองค์การระหว่างประเทศและในเวทีโลก โดยกล่าวอ้างว่าไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา เพื่อให้เกิดการปักปันเขตแดนใหม่ตามแผนที่มาตราส่วน 1:200,000

จนท้ายที่สุดจึงเกิดการสู้รบระหว่างไทย–กัมพูชา 2 ครั้งที่ผ่านมา ตามที่เป็นข่าวกันอย่างกว้างขวาง

เมื่อมีคำถามว่าเหตุใดต้องเป็นพื้นที่ช่องบก ทางเพจระบุว่า จากการพูดคุยกับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายราย ต่างให้มุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ฮุน เซน พยายามก่อเหตุที่ช่องบก เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขแนวเขตแดนทั้งหมดระหว่างไทย–กัมพูชา เนื่องจากช่องบกเป็นจุดเชื่อมต่อแรกของไทย กัมพูชา และลาว

หลังจากพื้นที่ช่องบกไปทางทิศตะวันตก จะเป็นแนวเขตแดนไทย–กัมพูชา ยาวต่อเนื่องลงสู่ทะเล และเชื่อมโยงไปถึงน่านน้ำที่มีทรัพยากรน้ำมัน

หากสามารถเปลี่ยนเส้นเขตแดนที่ช่องบกได้ ก็เท่ากับว่าแนวเขตแดนทางบกระหว่างไทย–กัมพูชา ตลอดระยะทางประมาณ 798 กิโลเมตร จะต้องเปลี่ยนตามไปด้วย รวมถึงพื้นที่ทางทะเลเช่นเดียวกัน

ทางเพจระบุว่า กระติกน้ำชุดนี้ ซึ่งมีภาพฮุน เซน และบุญรานี ที่ถ่ายไว้ ณ ศาลาตรีมุข สามเหลี่ยมมรกต ช่องบก และนำมาพิมพ์บนกระติก จะเป็นความบังเอิญหรือจงใจให้มีนัยยะและความหมายก็แล้วแต่

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

แต่ภาพดังกล่าวกลับไปสอดคล้องกับเรื่องราวความขัดแย้งและการปะทะครั้งนี้ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่ช่องบก

ทางเพจยังย้ำว่า กระติกน้ำดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจว่า การรบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างไทย–กัมพูชา ที่เกิดขึ้น ณ ช่องบก

พร้อมย้ำเตือนว่า อธิปไตยหลายจุดของไทยในพื้นที่ช่องบกนั้น ทหารไทยยังไม่สามารถยึดคืนได้ทั้งหมด เช่น เนิน 745 ตีนเนินโนเนม และอาจยังมีบางพื้นที่ที่ทหารกัมพูชาล้ำเข้ามาโดยที่สังคมยังไม่รับรู้ ซึ่งก็เป็นไปได้

พื้นที่เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกลืม และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะต้องนำกลับคืนมา

ทางเพจสรุปว่า กระติกน้ำของฮุน เซน จึงเป็นทั้งสินสงคราม เป็นวัตถุพยานทางประวัติศาสตร์การสู้รบไทย–กัมพูชา และเป็นสิ่งเตือนใจว่า ภารกิจของทหารไทยและคนไทยในพื้นที่ช่องบกยังไม่สำเร็จ และยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป

ยานยนต์ปี 2025: ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ ซูเปอร์คาร์ยังคงผงาด ทิศทางปี 2026 สู่สนามแข่ง F1

ปี 2025 ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก การแข่งขันที่เข้มข้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ได้สร้างความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ หลายแบรนด์ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยคาดคิด ขณะที่บางแบรนด์กลับสามารถทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างน่าอัศจรรย์ บทสรุปของปี 2025 ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงผู้ชนะและผู้แพ้ แต่ยังเป็นการปูทางสู่ทิศทางที่น่าสนใจยิ่งขึ้นในปี 2026

ปีทองของซูเปอร์คาร์: ความหรูหราและความพิเศษคือหัวใจหลัก

ในปี 2025 นี้ ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ซูเปอร์คาร์” กลับทะยานขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แบรนด์ระดับโลกอย่าง Ferrari, Bugatti, Pagani, Koenigsegg และ Lamborghini ต่างเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าอิจฉา ยอดจองล้นทะลักจนต้องขยายเวลารับรถออกไปข้ามปี สะท้อนให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความไม่แน่นอน แต่กลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อสูง ยังคงให้ความสำคัญกับความพิเศษ ประสิทธิภาพ และสถานะทางสังคมที่มาพร้อมกับยานยนต์ระดับซูเปอร์คาร์

ปรากฏการณ์นี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วไป ซึ่งประสบภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัยประการแรก การแข่งขันจากค่ายรถยนต์จีนที่บุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อแบรนด์ดั้งเดิม ประการที่สอง มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศเริ่มลดน้อยลง หรือสิ้นสุดลง ทำให้ราคาขายของรถ EV หลายรุ่นสูงขึ้นจนไม่น่าดึงดูดเท่าที่เคย และประการสุดท้าย ปัจจัยทางการเมืองและความกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ครอบคลุม ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีการถกเถียงกันในหลายครัวเรือน

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ การกลับมาของ “เกียร์ธรรมดา” (Manual Transmission) ในกลุ่มรถยนต์หรู ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ลูกค้าที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม และมีความต้องการสัมผัสถึงการควบคุมรถยนต์อย่างแท้จริง การสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการปรับแต่งรถยนต์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการแสดงออกถึงตัวตนและความเป็นเอกลักษณ์ของผู้เป็นเจ้าของ

Porsche และ Tesla: มรสุมที่ถาโถม

ปี 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Porsche และ Tesla

สำหรับ Porsche สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทตกอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง ปัญหาหลักมาจากความคาดหวังที่สูงเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาด และดึงดาราดังระดับฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ Porsche อย่างรุนแรง คือการขาดทุนจากการดำเนินงาน ซึ่งนำไปสู่การถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดประมาณการผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงดิ่งกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกในรอบหลายปี คิดเป็นมูลค่าถึง 3.1 พันล้านยูโร

ความไม่พอใจของลูกค้าประจำก็เป็นอีกปัจจัยที่บั่นทอนแบรนด์ ลูกค้าหลายรายเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่ารถยนต์ขาด “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche ไป ความไม่พอใจนี้ถึงขั้นนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารครั้งใหญ่ โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป

ในขณะที่ Tesla เผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างออกไป แม้ว่าโดยรวมแล้วยอดขาย EV ยังคงเติบโต แต่ส่วนแบ่งการตลาดของ Tesla ในตลาดสหรัฐอเมริกาเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับระบบประตูที่ขัดข้องระหว่างการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของความปลอดภัย

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น กระแสการต่อต้านตัว Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความไม่สบายใจให้กับลูกค้าบางกลุ่ม จนถึงขั้นมีลูกค้าบางรายติดสติกเกอร์แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของ Musk ท้ายรถ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้นำแบรนด์กับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัท

Ferrari: ม้าลำพองยังคงผงาด

ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังเผชิญกับมรสุม Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเหนือความคาดหมาย บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ และมียอดจองที่ยาวเหยียดจนถึงปี 2027 ส่งผลให้ Ferrari ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Aston Martin แบบไม่เห็นฝุ่น

กุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จของ Ferrari ในปี 2025 นี้ มาจากการพึ่งพิงตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ การตัดสินใจอย่างชาญฉลาดของ Ferrari ในการ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยตั้งเป้าหมายยอดขาย EV เพียง 20% ภายในปี 2030 ช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคาขายต่อของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับที่ Porsche Taycan ประสบ

แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความภักดีต่อแบรนด์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง ทำให้บัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว

ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1

สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การก้าวเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ของสองยักษ์ใหญ่จากอเมริกา นั่นคือ Audi และ Cadillac

Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้สูงวัย” หรือ “รถสำหรับครอบครัว” โดยบริษัทได้เลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม เพื่อสร้างกระแสและความน่าสนใจ การใช้ประโยชน์จากความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับ BMW และ Mercedes-Benz

Audi: เตรียมประกาศการเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการแข่งขันรถยนต์กว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน F1

นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยสร้างความฮือฮาในงาน Milan Design Week Concept C นี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งตำนานของ Audi TT และ R8

ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ยังคงมีแววสดใสและร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ที่การปรับตัวและความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ขับขี่ คุณภาพที่เหนือกว่า และการสร้างความพิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จในยุคแห่งการแข่งขันที่เข้มข้นนี้

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความหรูหรา และเทคโนโลยีล่าสุดในโลกยานยนต์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่น่าตื่นเต้นนี้ไปกับเรา แล้วคุณจะพบว่าอนาคตของยานยนต์นั้นน่าค้นหาและน่าครอบครองเพียงใด

Previous Post

แม่ยายสุดทน! แจ้งจับลูกเขยคลั่งยา กักขังเมียในห้อง ขยายผลล่อซื้อ รวบเอเย่นต์คาป่าละเมาะ ยึดไอซ์–ปืนเถื่อน

Next Post

“ปันปัน สุทัตตา” โกอินเตอร์แล้ว! เปิดใจคบหนุ่มต่างชาติ สถานะให้เขียนเอาเอง พร้อมเผยโพสต์ฟาดสะเหล่อ เพราะคันมือ–หมั่นไส้

Next Post
“ปันปัน สุทัตตา” โกอินเตอร์แล้ว! เปิดใจคบหนุ่มต่างชาติ สถานะให้เขียนเอาเอง พร้อมเผยโพสต์ฟาดสะเหล่อ เพราะคันมือ–หมั่นไส้

“ปันปัน สุทัตตา” โกอินเตอร์แล้ว! เปิดใจคบหนุ่มต่างชาติ สถานะให้เขียนเอาเอง พร้อมเผยโพสต์ฟาดสะเหล่อ เพราะคันมือ–หมั่นไส้

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1703247 กสาวเศรษฐ านโดนย จะเก ดไรข พวกเขาสองคนต องไปใช ตแบบยากจน Part 2
  • T1703259 โดนเพ อนด กว าหาแฟนไม ได Part 2
  • T1703251 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน Part 2
  • T1703260 กแท อย จร งไหม… Part 2
  • T1703252 กน ยแบบน กไม หล นไม ไกลต นจร งๆ Part 2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.