• Sample Page
News
No Result
View All Result
No Result
View All Result
News
No Result
View All Result

กองทัพยัน หากครบ 72 ชม. สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ไทยพร้อมใช้มาตรการปกป้องตนเอง ขอประชาชนมั่นใจ ทหารพร้อม 100%

admin79 by admin79
December 27, 2025
in Uncategorized
0
กองทัพยัน หากครบ 72 ชม. สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ไทยพร้อมใช้มาตรการปกป้องตนเอง ขอประชาชนมั่นใจ ทหารพร้อม 100%

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 ที่โรงแรมชาเทรียม จ.จันทบุรี พล.อ.ท.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ใน Joint Statement จะมีกลไกที่พยายามจะลดการยั่วยุ ซึ่งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะประสานใกล้ชิดกับทางกัมพูชา ผ่านทางสถานทูตและผู้ช่วยทูตทหาร หากมีประเด็นใดที่ขยายผลความขัดแย้ง เราจะพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่แน่นอนว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย อาจมีมุมมองหลากหลาย และเป็นความห่วงใย

ดังนั้นถ้าประเด็นใดที่กระทบต่อการสร้างสภาพแวดล้อมในขณะนี้ เราพยายามจะติดต่อและให้ข้อมูลข้อเท็จจริงมากที่สุด ในส่วนของกัมพูชาเช่นกัน ก็ได้ให้ผู้ช่วยทูตทหารขอข้อมูลบางอย่างที่ไม่ทำให้เกิดการขยายผลความขัดแย้งต่อ และจาก Joint Statement ครั้งนี้ ก็จะนำไปสู่เวทีของนานาชาติ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศ และผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการชี้แจงในองค์กรที่มีความรับผิดชอบระดับประเทศ ซึ่งประชาคม นานาชาติก็จะเห็นข้อเท็จจริงเหล่านี้ต่อไป

เมื่อถามว่า มีความคาดหวังว่าการหยุดดินครั้งนี้อย่างไร พล.อ.อ. ประภาส กล่าวว่า อย่างที่บอกมี 3 ข้อ การหยุดยิงต้องจริงใจ ต่อเนื่อง ก็จะจะรอดู ถึงได้มีเพิ่มเติมว่า เมื่อหยุดยิงตอนเที่ยงแล้ว ยังบวกไปอีก 72 ชั่วโมง ถ้า 72 ชั่วโมงนี้ ยังไม่นิ่ง ไม่มีอะไรต่างๆ เราก็ยังคงใช้มาตรการเดิม ที่เรามีศักยภาพที่จะต่อสู้ป้องกันตัวเองอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่าถ้ามีความจริงใจต่อกันตาม 3 ข้อนี้ใน 72 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเรามีกลไกในการพบปะพูดคุยทั้ง AOT และฮอตไลน์ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็จะพยายามเจรจาพูดคุยกัน

”พร้อมกันนี้ อยากจะสื่อสารไปยังประชาคมโลกว่า ประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นความขัดแย้ง หรือยิงก่อน ถ้าต้องการดูหลักฐาน ประเทศไทยมีหลักฐานยืนยัน ทั้งหมดเป็นไปมาตรฐานสากล ตามกฏหมายระหว่างประเทศ นี่คือความเป็นทหารอาชีพและเป็นประเทศที่มีอารยธรรม และพร้อมที่จะแสดงให้นานาชาติเห็นว่า เรามีความจริงใจ ไม่ต้องการขยายความขัดแย้ง“พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

เมื่อถามว่า มั่นใจอย่างไรว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นรูปธรรม พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า หลัง 72 ชั่วโมง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องคุยกัน แต่หลัง 72 ชั่วโมงนั้นถ้าดำเนินการได้อย่างถูกต้องตาม Joint Statement เราก็จะคืนทหาร 18 นาย แต่ถ้าหลังจากนั้นถ้าเกิดขึ้นอีก ก็เป็นความชอบธรรมของประเทศไทยที่จะป้องกันตัวเองตามมาตรา 51 ทุกรูปแบบที่มากระทบ ตราบใดที่คนไทยได้รับผลกระทบ หรือได้รับความเสียหาย เราจะดำเนินการ ส่วนการเดินทางกลับของคนไทย ก็น่าจะเป็นการประสานงานตามมาหลังจากนี้ ทั้งนี้ประเทศไทยแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งทั้งสองประเทศไม่ได้ทำให้ประชาชนมีความสุข ซึ่งคนไทยและคนเขมรไม่ได้มีความขัดแย้งกัน มันเกิดจากการตัดสินใจในระดับผู้บริหาร ก็หวังว่าฝั่งกัมพูชาจะผ่อนคลายให้พี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ

พร้อมยืนยันว่า ทุกประเทศในทั่วโลกมีบทบาททั้งหมด เราแคร์ความรู้สึกและบทบาทของประชาคมโลก ไม่ว่าประเทศใดให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ เรารับทั้งหมด เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น จนนำมาสู่การทำ Joint Statemant และทำให้ประเทศไทยมีหนทางปฏิบัติต่อไป ในทิศทางที่เป็นสันติภาพ ลดความขัดแย้งมุ่ง ไปที่มนุษยธรรม ปกป้องชีวิตพลเรือนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่

สุดยอดสมรรถนะ: 5 ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025

ในโลกแห่งยานยนต์ที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง “ไฮเปอร์คาร์” คือนิยามของความสุดยอดแห่งสมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินกว่าใครจะจินตนาการได้ นี่คือสุดยอดแห่งวิศวกรรมที่ออกแบบมาเพื่อทำลายขีดจำกัดความเร็ว และในปี 2025 นี้ ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงคึกคักด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อพิสูจน์ว่าใครคือเจ้าแห่งความเร็วอย่างแท้จริง ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้รวบรวม 5 อันดับไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตาที่สุดประจำปีนี้ ซึ่งแต่ละคันล้วนมาพร้อมกับขุมพลังอันมหาศาลและนวัตกรรมที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง

SSC Tuatara: สถิติใหม่แห่งความเร็วที่ไม่ธรรมดา

SSC Tuatara ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือปรากฏการณ์แห่งความเร็วที่ SSC North America สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อท้าทายทุกสิ่งที่เราเคยรู้จักเกี่ยวกับความเร็วสูงสุด เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงถึง 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีจำนวนการผลิตจำกัดเพียง 125 คันทั่วโลก การออกแบบภายนอกเน้นเส้นสายที่เฉียบคม โฉบเฉี่ยว และหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด ตั้งแต่ไฟหน้า LED รูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไปจนถึงสปอยเลอร์หลังที่เสริมแรงกดดาวน์ ทำให้ Tuatara ไม่เพียงแค่ดูทรงพลัง แต่ยังบ่งบอกถึงประสิทธิภาพที่ถูกสร้างมาเพื่อทำลายสถิติ

ภายใต้รูปลักษณ์อันน่าเกรงขามนี้ คือหัวใจที่เต้นแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.9 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งด้วยเทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิดอันมหาศาล 1,617 นิวตัน-เมตร ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ การส่งกำลังลงสู่ล้อหลังอย่างแม่นยำ ทำให้ Tuatara สามารถทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และที่น่าตกใจคือ ความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันแล้วคือ 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้ SSC Tuatara ยังคงครองตำแหน่ง “รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก” ในปี 2025 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย การได้ครอบครอง SSC Tuatara ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความเร็ว

Bugatti Chiron Super Sport 300+: มรดกแห่งความเร็วระดับตำนาน

Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือผลงานชิ้นเอกที่สืบทอดจิตวิญญาณแห่งความเร็วและความหรูหราของ Bugatti มาอย่างสมบูรณ์แบบ เปิดตัวในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 30 คัน สะท้อนถึงความพิเศษและความต้องการที่สูงลิ่ว การออกแบบภายนอกดูดุดันและสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด เส้นสายที่ลู่ลมตลอดทั้งคัน ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยลดแรงต้านอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วสูงสุด ห้องโดยสารภายใน คือสวรรค์ของคนรักความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะระดับสุดยอด ใช้วัสดุชั้นเลิศอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อรองรับผู้ขับขี่ในสภาวะการขับขี่ที่รวดเร็วที่สุด พร้อมมอบความสบายตลอดการเดินทาง

ขุมพลังของ Chiron Super Sport 300+ มาจากเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จถึง 4 ตัว สร้างพละกำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดที่ตอบสนองฉับไว ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และมีสถิติความเร็วสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่าสถิติความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการอาจมีการถกเถียงกันอยู่บ้าง แต่ Bugatti Chiron Super Sport 300+ ยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเร็วสูงสุดและความเป็นที่สุดของรถยนต์ระดับ Hypercar ในปี 2025

Hennessey Venom F5: พลังดิบที่ถูกปลดปล่อย

Hennessey Venom F5 คือตัวแทนของพลังดิบและความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดที่ Hennessey Special Vehicles ได้ทุ่มเทพัฒนาขึ้นมา เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 24 คันทั่วโลก การออกแบบภายนอกมีความล้ำสมัย ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความดุดันตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างลงตัว เส้นสายที่ไหลลื่นราวกับสายน้ำ บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะลดแรงต้านอากาศให้ได้มากที่สุด ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งาน เบาะนั่งทรง Bucket Seat ที่หุ้มด้วยหนัง Alcantara ช่วยโอบกระชับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมปุ่มควบคุมที่เข้าถึงง่าย และหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 10.1 นิ้ว ให้ข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน

หัวใจสำคัญของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 6.6 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งด้วยเทอร์โบคู่ จนสามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาและพละกำลังที่มหาศาลนี้ ทำให้ Venom F5 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที และตั้งเป้าหมายความเร็วสูงสุดไว้ที่ 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (และมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านั้น) Hennessey Venom F5 จึงเป็นไฮเปอร์คาร์อีกคันที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2025 ด้วยสเปกที่น่าทึ่งและความมุ่งมั่นที่จะสร้างสถิติใหม่

Bugatti Bolide: อาวุธในสนามแข่งที่พร้อมจะทะยาน

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

Bugatti Bolide คือรถยนต์ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างปรัชญาการออกแบบของ Bugatti กับความดุดันและประสิทธิภาพของรถแข่ง Formula 1 โดย Bugatti Engineering GmbH ได้สร้างสรรค์ Bolide ขึ้นมาในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้น 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีจำนวนการผลิตเพียง 40 คันเท่านั้น การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง F1 อย่างชัดเจน เน้นรูปทรงที่เฉียบคมและอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุด ไฟหน้าทรงกลม LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าพร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่เพื่อลดแรงดันอากาศและเพิ่มแรงกดดาวน์ ส่วนด้านข้างมีช่องระบายอากาศที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังคารถที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถให้เหลือเพียง 1,240 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์

หัวใจของ Bugatti Bolide คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร อันทรงพลัง ที่สามารถสร้างกำลังได้ถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 1,240 กิโลกรัม Bolide สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ที่ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bugatti Bolide เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการออกแบบที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในโลกของรถแข่งและต้องการสัมผัสกับสมรรถนะที่เหนือชั้นบนสนามแข่งอย่างแท้จริง

Devel Sixteen: ความฝันจากทะเลทราย สู่สถิติความเร็วที่เป็นไปไม่ได้

Devel Sixteen คือหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดในวงการยานยนต์ ด้วยการประกาศตัวเลขสมรรถนะที่อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็สะท้อนถึงความทะเยอทะยานของผู้ผลิต Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การออกแบบภายนอกดูดุดัน ทรงพลัง และมีกลิ่นอายของรถซูเปอร์คาร์จากอนาคตอย่างชัดเจน ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์โดดเด่น รับกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ด้านหน้า ไฟท้ายทรงเรียวยาวสะดุดตา และสปอยเลอร์หลังสุดเท่ ที่เสริมภาพลักษณ์ให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม เช่น หนังแท้ คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ พร้อมเบาะนั่งสปอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

แม้ว่าตัวเลขสมรรถนะที่แท้จริงของ Devel Sixteen อาจจะยังเป็นที่ถกเถียงและต้องการการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ตามข้อมูลที่ Devel Motors ประกาศไว้ เครื่องยนต์ V16 ควอดเทอร์โบ อาจสามารถให้กำลังได้สูงถึง 5,000 แรงม้า ซึ่งหากเป็นจริง จะทำให้ Devel Sixteen กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย โดยมีเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่เกินกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (บางแหล่งข่าวระบุว่าอาจสูงถึง 560 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แม้จะยังคงเป็น “ว่าที่” รถที่เร็วที่สุดในโลก แต่ Devel Sixteen ก็เป็นตัวแทนของความกล้าที่จะฝันถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และยังคงเป็นไฮเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองในฐานะผู้ท้าชิงสถิติความเร็วใหม่ๆ ในอนาคต

โลกของไฮเปอร์คาร์: ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่คือวิศวกรรมแห่งอนาคต

การจัดอันดับ 5 อันดับไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นในวงการยานยนต์ แต่ละคันที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะที่พาเราไปจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่ง แต่คือผลงานชิ้นเอกของวิศวกรรมที่ผลักดันขีดจำกัดของความเป็นไปได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต

ตลาดไฮเปอร์คาร์ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือด และเราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามาท้าทายสถิติเดิมๆ อย่างแน่นอน หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การได้สัมผัสกับไฮเปอร์คาร์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงการชื่นชมภาพถ่าย การอ่านข้อมูล หรือแม้กระทั่งการได้เห็นตัวจริง ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเปิดโลกทัศน์ให้เราได้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์

คุณล่ะ สนใจไฮเปอร์คาร์คันไหนมากที่สุด? และคุณคาดหวังอะไรจากสุดยอดรถยนต์เหล่านี้ในอนาคต? มาร่วมแบ่งปันความคิดเห็นและติดตามความเคลื่อนไหวของโลกไฮเปอร์คาร์ไปพร้อมๆ กันนะครับ!

Previous Post

เสนาหอย น้ำตาจะไหล “เค้กส้ม” รู้มีหนี้ 100 ล้าน ยังอยู่สู้ด้วย หลานๆ ชมน้าสุดซึ้ง

Next Post

บรรหารสั่งไว้! “อนุทิน” เยือนสุพรรณ ให้กำลังใจผู้สมัคร ปัดมาขอขมา ดึง “วราวุธ” ร่วม ภท.

Next Post
บรรหารสั่งไว้! “อนุทิน” เยือนสุพรรณ ให้กำลังใจผู้สมัคร ปัดมาขอขมา ดึง “วราวุธ” ร่วม ภท.

บรรหารสั่งไว้! “อนุทิน” เยือนสุพรรณ ให้กำลังใจผู้สมัคร ปัดมาขอขมา ดึง “วราวุธ” ร่วม ภท.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1703247 กสาวเศรษฐ านโดนย จะเก ดไรข พวกเขาสองคนต องไปใช ตแบบยากจน Part 2
  • T1703259 โดนเพ อนด กว าหาแฟนไม ได Part 2
  • T1703251 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน Part 2
  • T1703260 กแท อย จร งไหม… Part 2
  • T1703252 กน ยแบบน กไม หล นไม ไกลต นจร งๆ Part 2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.