‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เดินทางกลับไทยเพื่อช่วยพรรคประชาชนหาเสียง ตั้งคำถามว่าใครคือฮีโรตัวจริง ระหว่างทหารที่เสียสละปกป้องประเทศกับนักการเมืองที่ปรากฏตัวบนเวทีปราศรัยในช่วงใกล้เลือกตั้ง โดยระบุว่า
“ใครคือ ฮีโรตัวจริง? ทหารพลีชีพ พิธาพลีน้ำลาย เมื่อตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ พิธาอยู่ไหน? เมื่อตอนสงครามชายแดน ไทย-เขมร พิธาอยู่ไหน? พิธากลับจากเมืองนอกราวกับวีรบุรุษเพิ่งกลับมาจากสงคราม มาบอกรักประชาชน คิดถึงประชาชนบนเวทีเอาตอนใกล้เลือกตั้ง เรียกเสียงชื่นชมด้วยความหล่ออย่างกับดารา
แต่เมื่อครั้งพูดว่า ทหารมีไว้ทำไม? รบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะรบชนะ ก็อยู่บนเวทีปราศรัยหาเสียงเหมือนกับตอนนี้ พิธากลับมายืนให้สัมภาษณ์สื่อง่ายๆ ว่าขอโทษแล้ว หากทุกอย่างที่พิธาอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลเคยพูดผิดไป เอามาขอโทษกันได้ง่ายๆ แบบนี้ ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า รัฐบาลพรรคประชาชน ที่ให้คนไทยเลือกระหว่างอนาคตกับอดีต จะต้องย้อนเวลากลับมาขอโทษกันอีก
หากประวัติศาสตร์ข้ามเวลากลับมาได้มันคงถามว่า พิธาฮีโรของพรรคส้มวันนั้นเคยพูดอะไรไว้? และทหารไทยทำอะไรให้กับประเทศ? อันที่จริงไม่ได้อยากขุดย้อนเรื่องนี้ หากพรรคประชาชนไม่เอาพิธามาโชว์ตัวให้คนปรบมือเรียกคะแนนเสียง เปิดเพลงซึ้ง เปิดไฟมือถือ ทำทะเลดาวตอนขึ้นเวที มันไม่ใช่สำหรับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คนนี้หรอกครับ
แต่กลับต้องเป็นฮีโร เหล่าวีรบุรุษทหารที่ออกไปรบปกป้องประเทศชาติเสียมากกว่า พวกเขาสูญเสียชีวิต บาดเจ็บขาขาด คนเหล่านั้นควรได้รับการยกย่องมากกว่าพิธาผู้ที่พูดว่า ทหารรบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะชนะ พวกท่านคิดเอาแล้วกันว่าใครคือฮีโรตัวจริง?”
สมรภูมิยานยนต์ปี 2025: ยุคทองของ Supercar สวนทางความท้าทายของ EV และแบรนด์หรู
ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ภาพรวมตลาดในปีนี้เต็มไปด้วยสีสันที่หลากหลาย บางแบรนด์ทะยานสู่จุดสูงสุด ในขณะที่บางแบรนด์เผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยคาดคิด ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางในอนาคตของวงการยานยนต์ที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
Supercar: สวนกระแสเติบโตทะลุเพดาน
ตรงกันข้ามกับภาพคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เคยตั้งคำถามถึงจุดอิ่มตัวของตลาด Supercar ทว่าในปี 2025 กลับเป็นปีทองอย่างแท้จริงของยานยนต์สมรรถนะสูง แบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ต่างกวาดยอดจองจนยาวเหยียดข้ามปี ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่สุดขั้ว ยังคงให้การตอบรับอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นว่าความหลงใหลในเครื่องยนต์ดิบๆ และดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด ยังคงมีพลังไม่เสื่อมคลาย
ตลาดรถยนต์หรู (Luxury Car Market) ในปี 2025 เติบโตอย่างก้าวกระโดด ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา ทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉลี่ยสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” ที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก ผู้ที่ต้องการสัมผัสถึงการควบคุมรถยนต์อย่างแท้จริง การสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการปรับแต่งรถยนต์เฉพาะบุคคล ก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างชัดเจน ลูกค้าเหล่านี้ไม่ได้มองหารถยนต์เพียงเพื่อการเดินทาง แต่ต้องการสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของตนเองผ่านยานพาหนะคู่ใจ
EV: ชะลอตัวจากแรงเสียดทานรอบทิศ
ในขณะที่ตลาด Supercar กำลังรุ่งโรจน์ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับต้องเผชิญกับความท้าทายที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก แม้ภาพรวมยอดขาย EV ทั่วโลกจะยังคงเติบโต แต่ก็แผ่วลงกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายค่ายรถยักษ์ใหญ่ ทั้ง Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับแรงกระแทกจากการรุกคืบของ “รถ EV จากจีน” ซึ่งมีคุณภาพทัดเทียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ผลิตรถยนต์จากชาติตะวันตก
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ทำให้ราคาขายปลีกสูงขึ้น และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อ
Tesla และ Porsche: มรสุมครั้งใหญ่ในปี 2025
สำหรับ Tesla ปี 2025 ถือเป็นปีที่ต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ ยอดขายและกำไรทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหาย คู่แข่งที่เพิ่มขึ้น และปัญหาด้านคุณภาพของรถยนต์บางรุ่น โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ กระแสต่อต้าน Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในบางกลุ่มลูกค้า ถึงขั้นที่ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ท้ายรถเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของผู้นำ
ด้าน Porsche แบรนด์หรูสัญชาติเยอรมัน ประสบกับปีที่ยากลำบากอย่างแท้จริง ปัญหาทางการเงิน และความคาดหวังที่สูงเกินไปกับรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการตลาดและเชิญดาราฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ผลกระทบที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง มูลค่าหุ้นร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ของ Porsche ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มส่งเสียงบ่นถึงราคาที่สูงเกินจริง และการนำระบบดิจิทัลเข้ามาติดตั้งในห้องโดยสารมากเกินไป จนทำให้เสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป
Ferrari: ผงาดเหนือคู่แข่ง ยืนหยัดบนบัลลังก์ม้าลำพอง
ในขณะที่คู่แข่งต้องเผชิญกับปัญหา Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ไว้ได้อย่างมหาศาล ยอดจองรถยนต์เต็มยาวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างขาดลอย
กุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จของ Ferrari มาจากการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวอย่างหนัก นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าหมายการขาย EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคารถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกรณีของ Porsche Taycan
แม้ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสังเวียน Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์จะจับจ้องไปที่การประลองในสนาม Formula 1 เมื่อ Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการสลัดภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้สูงอายุ” ทิ้งไป การเลือกนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม เป็นการดึงดูดความสนใจและหวังใช้กระแสความนิยมของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกาที่กำลังพุ่งสูงขึ้น เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เทียบเคียงกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมานานกว่าศตวรรษ และมีศักยภาพที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งเคยสร้างความฮือฮาในงาน Milan Design Week รถต้นแบบคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ ที่จะผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายของตำนานรถสปอร์ตอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
บทสรุปสำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและความหรูหรา
ปี 2025 เป็นปีที่แสดงให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลาด Supercar ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความต้องการที่ไม่เคยหยุดนิ่งของผู้บริโภคกลุ่มบน ในขณะที่ตลาด EV ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน การแข่งขันในสังเวียน Formula 1 ที่กำลังจะมาถึง จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของ Audi และ Cadillac ในการยกระดับแบรนด์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเหนือชั้น ดีไซน์ที่ไร้ที่ติ และประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษ นี่คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองการเปลี่ยนแปลงของวงการยานยนต์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการจับจอง Supercar คันในฝัน หรือการติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์หรูบนสนามแข่งระดับโลก โลกของยานยนต์กำลังจะพาคุณไปสู่ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
หากคุณกำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูง หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เราขอเชิญชวนให้คุณสำรวจตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด Supercar หรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Audi และ Cadillac ใน Formula 1 เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจและรถยนต์ที่จะพาคุณไปสู่ทุกเส้นทางอย่างมีสไตล์

