พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสาว 18 ปี แจ้งความเอาผิด ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ว่า ล่าสุดผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาให้ข้อมูลสอบปากคำ พร้อมกับคุณแม่แล้ว ซึ่งก็ได้สอบปากคำทั้งคู่เรียบร้อย ส่วนคุณแม่สอบปากคำไว้ส่วนหนึ่ง โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนคุ้มครองสิทธิ หลังผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน
โดยหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องรวบหลักฐานและพยานที่เกี่ยวข้องโดยละเอียด ตลอดจนสอบพยานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายเรียกทนายแก้ว เพราะอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาอยู่
ขณะที่ ทีมข่าวช่อง 3 พยายามโทรศัพท์ไปสอบถามทนายแก้ว เจ้าตัวรับสาย แต่ตอบด้วยเสียงเหนื่อยล้าว่า “ขอให้ผมได้พักก่อนนะ อย่าเพิ่งถึงขนาดนั้นกันเลย ขอเคลียร์งานก่อน วันนี้วันจันทร์ด้วย” ก่อนจะวางสายไป
ตลาดรถยนต์ปี 2025: สู่ยุคใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะ กับอนาคตที่ถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์สปอร์ต
ในปี 2025 นี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมที่เคยคาดการณ์ไว้ สวนทางกับกระแสคาดการณ์ในช่วงปี 2019 ที่เคยตั้งคำถามถึงจุดอิ่มตัวของตลาดซูเปอร์คาร์ ภาพที่ปรากฏในปี 2025 กลับตอกย้ำว่า ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงยังคงร้อนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg และ Ferrari ที่มียอดจองล้นหลาม ส่งผลให้ลูกค้าต้องรอคอยนานข้ามปี
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายที่แบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงภาษีที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างดุเดือด แต่ในทางกลับกัน แบรนด์รถยนต์หรูกลับสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของตลาดกลุ่มนี้
ตลาดรถยนต์ Luxury: ขุมทรัพย์ที่เติบโตสวนกระแส
ข้อมูลจากตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2025 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มรถยนต์ Luxury โดยราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้พุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การหวนคืนมาของ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” ซึ่งกลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้าที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม ผสมผสานกับกระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถสามารถสะท้อนเอกลักษณ์และความเป็นตัวตนผ่านรถยนต์คู่ใจได้อย่างเต็มที่ แนวโน้มนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความต้องการที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงมูลค่าทางอารมณ์ที่ลูกค้ามอบให้กับรถยนต์ของตนเอง
ในขณะที่ตลาดรถหรูเฟื่องฟู ทิศทางของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับดูอึมครึมกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะยังคงมีการเติบโต แต่ก็ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายค่าย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันที่ดุเดือดของ “รถ EV จีน” ที่มาพร้อมคุณภาพที่น่าประทับใจและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ซับซ้อน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายครอบครัว
ปีแห่งมรสุมสำหรับ Tesla และ Porsche: บททดสอบแบรนด์ระดับโลก
สำหรับปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่เคยเป็นผู้นำ ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วง ยอดขายและกำไรทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐฯ หายไปไม่น้อย นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
กระแสต่อต้าน CEO Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ยังเป็นอีกปัจจัยที่บั่นทอนภาพลักษณ์ของแบรนด์ ลูกค้าบางส่วนถึงกับต้องติดสติกเกอร์บนรถยนต์เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของผู้นำองค์กร สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารแบรนด์ที่ผูกติดกับบุคลิกของ CEO อย่างแยกไม่ออก
ด้าน Porsche แบรนด์รถสปอร์ตหรูสัญชาติเยอรมัน ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ปัญหาทางการเงินและยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้าของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ที่ไม่สามารถสร้างกระแสได้เท่าที่คาดหวัง แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาดและดึงดูดดาราดังฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ผลกระทบที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 33% และประสบกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคารถที่สูงเกินจริง และการใส่เทคโนโลยีดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร ซึ่งอาจบั่นทอน “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ที่ลูกค้าคาดหวัง ส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป
Ferrari: ม้าลำพองผงาดเหนือคู่แข่ง
ในขณะที่คู่แข่งต้องเผชิญกับอุปสรรค Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเหนือความคาดหมาย บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ที่สูงได้อย่างต่อเนื่อง มียอดจองรถยนต์เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทำให้ Ferrari ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาขายต่อของรถยนต์มือสอง ซึ่งแตกต่างจาก Porsche Taycan ที่ประสบปัญหาด้านราคาตกอย่างรวดเร็ว
แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มจะรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงไปอีกยาวนาน
ปี 2026: การแข่งขันที่ย้ายสู่สนาม Formula 1
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 สายตาของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การแข่งขันในสนาม Formula 1 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับการยกระดับภาพลักษณ์และสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กับแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ
Audi และ Cadillac คือสองแบรนด์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ โดยทั้งสองค่ายเตรียมกระโดดเข้าร่วมสังเวียน Formula 1 ในปี 2026
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ด้วยการดึงนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez เข้ามาร่วมทีม Cadillac หวังใช้กระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าสู่วงการ Formula 1 ด้วยการเข้าซื้อทีม Sauber ซึ่งจะช่วยปลุกกระแสให้กับแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยสร้างความฮือฮาในงาน Milan Design Week ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวของ Audi ยุคใหม่ ที่ผสานความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับกลิ่นอายแห่งตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความหลงใหลในสมรรถนะ ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร และการแสดงออกถึงสถานะทางสังคม จะยังคงเติบโตและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เราได้ติดตาม
คุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตยานยนต์นี้เช่นกัน มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้แล้ววันนี้!

