พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณี เพจอูมปันสุข หรือ อูม โสรยา นางแบบสาว โพสต์ร้องขอความช่วยเหลือ กรณีทหารคุกคามและยิงปืนใส่รถยนต์ที่จอดภายในบ้าน ว่า จากการตรวจสอบแล้ว เป็นกำลังพลของกองทัพบก มีประวัติกระทำความผิดซ้ำซากในหลายกรณีตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งทางหน่วยได้ลงโทษทางวินัยมาโดยตลอด
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมกราคม ได้หนีราชการ ทางหน่วยกำลังดำเนินการปลดออกจากราชการตามระเบียบ
ส่วนเรื่องคดีอาญาที่เป็นข่าวปัจจุบัน หน่วยกำลังดำเนินการเพื่อแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อออกหมายจับ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ปี 2025: ม้าลำพองผงาดเหนือซูเปอร์คาร์, EV จีนถล่มตลาด, Formula 1 คือสังเวียนใหม่ของแบรนด์หรู
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์โลกปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยแบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับตำนานยังคงครองความนิยมอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากค่ายรถจีน ในขณะที่ปี 2026 จะเป็นอีกปีที่น่าจับตา เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Audi และ Cadillac เตรียมเข้าร่วมการแข่งขัน Formula 1 หวังพลิกฟื้นภาพลักษณ์และดึงดูดฐานลูกค้าใหม่
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว หลายคนอาจเคยตั้งคำถามถึงอนาคตของ “ซูเปอร์คาร์” ว่าจะสามารถรักษาความนิยมไว้ได้อีกนานแค่ไหน แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ของปี 2025 ที่ผ่านมา คำถามเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกตอบอย่างชัดเจนว่า ซูเปอร์คาร์ยังคงมีที่ยืนอันแข็งแกร่ง และอาจกล่าวได้ว่า ปี 2025 คือ “ปีแห่งซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง
ตลาดรถหรู: ความต้องการที่ไม่เคยลดลง
ปี 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini นั้น ยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลาย ยอดขายของแบรนด์เหล่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรับรถนานข้ามปี ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยหลายประการ เช่น กำแพงภาษี, การชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แต่กลุ่มผู้ผลิตซูเปอร์คาร์กลับสามารถทำกำไรได้อย่างงดงาม
ภาพรวมของตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่น ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในตลาดสหรัฐอเมริกาพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “เกียร์กระปุก” หรือเกียร์ธรรมดา กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมและความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์ นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมเฉพาะตัวของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็พบว่าอัตราการเติบโตชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ค่ายรถยนต์รายใหญ่หลายราย ไม่ว่าจะเป็น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจาก “รถยนต์ EV จากประเทศจีน” ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในหลายครอบครัว
ปีแห่งมรสุมของ Tesla และ Porsche
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ Tesla แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่เคยเป็นผู้นำตลาด Tesla ต้องเผชิญกับยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหาย และยังต้องรับมือกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ กระแสการต่อต้านบุคคลสำคัญอย่าง Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ก็รุนแรงขึ้น จนมีรายงานว่าลูกค้าบางรายถึงกับติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลและความไม่พอใจต่อบุคลิกและพฤติกรรมของผู้นำองค์กร
ด้าน Porsche แบรนด์รถยนต์สปอร์ตหรูสัญชาติเยอรมัน ประสบกับสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสกว่า Tesla สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงิน และความไม่เปรี้ยงปร้างของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan แม้ว่าจะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาด โดยการจ้างนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ส่งผลให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง หุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าสูงถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการนำระบบดิจิทัลเข้ามาติดตั้งในห้องโดยสารมากเกินไป จนทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป สิ่งเหล่านี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: กลยุทธ์ที่เหนือชั้น
ในขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ กำลังเผชิญกับอุปสรรค Ferrari แบรนด์รถยนต์สปอร์ตสัญชาติอิตาลี กลับสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ไว้ได้อย่างมหาศาล และมียอดจองรถยนต์เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพิงตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยการปรับลดเป้าหมายการขายรถยนต์ EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ได้ช่วยรักษา “มูลค่าแบรนด์” และ “ราคารถมือสอง” ไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็ได้รับการคาดหวังอย่างสูงว่าจะได้รับความนิยมเช่นกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า บัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การเข้าร่วมการแข่งขัน Formula 1 ของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์ คือ Audi และ Cadillac ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ของแบรนด์ Cadillac ได้อย่างสิ้นเชิง การเลือกนักแข่งระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez เข้ามาเสริมทัพ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Cadillac ในการสร้างกระแสและความน่าสนใจ หวังใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าสู่สังเวียน Formula 1 ด้วยการเข้าซื้อทีม Sauber โดยมีเป้าหมายที่จะปลุกกระแสให้กับแบรนด์ Audi ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษในวงการมอเตอร์สปอร์ต และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน การผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์ของ Audi เข้ากับความท้าทายบนสนามแข่งระดับสูงสุด จะเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของแบรนด์ได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมปล่อย “Concept C” ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่มีการออกแบบล้ำสมัย โดยได้เปิดตัวไปแล้วที่งาน Milan Design Week รถต้นแบบคันนี้จะเป็นต้นแบบและพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ ที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งตำนานของ Audi TT และ R8 ได้อย่างลงตัว
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ สมรรถนะที่เหนือกว่า และการผสมผสานระหว่างความหรูหรากับความเร้าใจในการขับขี่ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดนี้ให้เติบโตต่อไป
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเร้าใจและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ระดับพรีเมียม นี่คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองที่สุด การลงทุนในรถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการซื้อยานพาหนะ แต่ยังเป็นการลงทุนในมรดกทางวิศวกรรมและสุนทรียภาพที่สามารถส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้ สัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตของการขับขี่ที่เหนือระดับได้แล้ววันนี้

