หลังจากที่พรรคประชาชนได้เปิดเผยความเคลื่อนไหวถึงแผนการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ในวันที่ 25 ม.ค 69 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมเวทีปราศรัยภายใต้ชื่อ “เชื่อในประชาชน” ที่ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จากนั้น ในเวลา 17.00 น. นายพิธา มีกำหนดเดินทางไปยังตลาดแบล็คมาร์เก็ต บริเวณ BTS แพรกษา เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ ในการหาเสียงเลือกตั้ง
ล่าสุด เฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ภาพตัวเองขณะอยู่บนเครื่องบิน พร้อมระบุข้อความว่า “โอเค แจกัน ไปจังหวัดไหนบ้างดีน้า ???”
โดยมีบรรดาผู้สมัคร สส. รวมถึงประชาชนจำนวนมาก ต่างเข้ามาคอมเมนต์ขอให้ นายพิธา มาลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ตัวเอง
ยานยนต์ 2025: ยุคทองซูเปอร์คาร์ สวนทาง EV และการแข่งขันดุเดือด
ปี 2025 คือปีแห่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการยานยนต์โลก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึงได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยคาดการณ์ว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะครองตลาด กลับกลายเป็นว่า “ซูเปอร์คาร์” และรถยนต์สมรรถนะสูงระดับพรีเมียมกลับมาผงาดอย่างสง่างาม สวนทางกับภาวะชะลอตัวของตลาดรถยนต์ทั่วไปและ EV ที่เผชิญแรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากค่ายรถยนต์สัญชาติจีน บทวิเคราะห์นี้จะพาคุณเจาะลึกสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 พร้อมฉายภาพทิศทางที่น่าจับตาในปี 2026
ซูเปอร์คาร์: ดาวเด่นแห่งปี 2025
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจตั้งคำถามถึงอนาคตของ “ซูเปอร์คาร์” ว่าจะยังคงมีที่ยืนในตลาดที่เทคโนโลยี EV กำลังรุดหน้าหรือไม่ แต่เมื่อมองภาพรวมของปี 2025 คำตอบคือ “ใช่” และไม่ใช่แค่มีที่ยืน แต่เป็นปีทองที่ซูเปอร์คาร์แบรนด์ต่างๆ เช่น Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini สามารถกวาดยอดจองได้อย่างถล่มทลาย ยอดการผลิตล้นมือจนลูกค้าต้องรอรับรถกันข้ามปี
ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังประสบปัญหาจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งแรงกดดันจากมาตรการภาษี, การชะลอตัวของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างหนัก แบรนด์รถยนต์หรูเหล่านี้กลับสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความต้องการที่ไม่เคยลดลงของกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอดและความพิเศษเฉพาะตัว
ตลาดรถหรู: ความต้องการที่ไม่มีเพดาน
ปี 2025 เป็นปีที่ตลาดรถยนต์หรู (Luxury Car Market) เติบโตอย่างโดดเด่นและสวนกระแสกับภาพรวมของอุตสาหกรรม ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทะลุ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาทไทย
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “เกียร์กระปุก” (Manual Transmission) กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม (Analog Driving Experience) ซึ่งให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับเครื่องยนต์และถนนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization หรือการปรับแต่งรถยนต์ให้สะท้อนตัวตนของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหารถยนต์เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนรสนิยมและสถานะทางสังคม
EV: แรงเสียดทานจากจีนและมาตรการสนับสนุนที่ลดลง
ในทางกลับกัน แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV Sales) ทั่วโลกยังคงเติบโต แต่ก็แผ่วลงกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแข่งขันที่รุนแรงของ “รถ EV จีน” ซึ่งมาพร้อมกับคุณภาพที่น่าประทับใจในราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนของภาครัฐในหลายประเทศ ซึ่งเคยเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถ EV ได้ง่ายขึ้น ประกอบกับการที่ประเด็นทางการเมืองและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ลดความน่าสนใจลงไปบ้าง
ปีมรสุมของ Tesla และ Porsche: เมื่อความคาดหวังสูง นำมาซึ่งความผิดหวัง
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับ Tesla แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่เคยเป็นผู้นำตลาด ยอดขายและกำไรทั่วโลกลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหายจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ Tesla ยังต้องเผชิญกับประเด็นปัญหาด้านความปลอดภัยของระบบประตูที่ขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งนำไปสู่คดีความที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ กระแสต่อต้าน Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่ผู้บริโภคบางกลุ่ม จนถึงขั้นมีรายงานว่าลูกค้าบางรายตัดสินใจติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถว่า “ซื้อรถก่อนที่จะรู้ว่า Elon เป็นแบบนี้” สะท้อนถึงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมและทัศนคติของผู้นำแบรนด์
สำหรับ Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหนาสาหัสในปีนี้ สาเหตุหลักมาจากปัญหาด้านการเงิน และการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ เช่น Taycan และ Macan EV ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาดและดึงดาราดังฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดประมาณการผลประกอบการถึง 3 ครั้งติดต่อกัน หุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการยัดเยียดเทคโนโลยีระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร จนทำให้รู้สึกว่าขาด “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche ไป ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เพื่อกอบกู้วิกฤตนี้
Ferrari: คว้าชัยในสมรภูมิรถหรู
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด สามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง และมียอดจองรถยนต์ที่ยาวเหยียดไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin แบบไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือ การพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมากนัก นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (ปรับเป้าหมายการขาย EV ไว้เพียง 20% ภายในปี 2030) ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ช่วยรักษามูลค่าแบรนด์และราคารถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่กว่า 80% ของลูกค้าเก่าก็ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความภักดีต่อแบรนด์ และการที่รุ่นใหม่ๆ อย่าง “Amalfi” กำลังเป็นที่จับตามอง แสดงให้เห็นว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและจะคงอยู่ต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การแข่งขันในสนาม Formula 1 ที่กำลังจะร้อนระอุขึ้น เมื่อ Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมสังเวียนนี้อย่างเป็นทางการ
Cadillac: การเข้าสู่ F1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ของแบรนด์ โดย Cadillac เลือกดึงตัวนักแข่งระดับโลกอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาร่วมทีม หวังใช้ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสถานะของแบรนด์ให้เทียบเคียงกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าสู่สนาม F1 ด้วยการเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่สร้างความฮือฮาในการเปิดตัวที่มิลาน ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายตำนานของ Audi TT และ R8 ได้อย่างลงตัว
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ (High-End Luxury Sports Car Segment) ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน สะท้อนถึงความต้องการที่ไม่เคยหยุดนิ่งของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งที่ดีที่สุดในโลกยานยนต์
คุณล่ะ พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของวงการยานยนต์ที่เต็มไปด้วยความเร้าใจและนวัตกรรมแล้วหรือยัง?

