ตอนหนึ่งในรายการ Open your Cards: Surrounded Debate โดย The Momentum ในไพ่คำถามเรื่อง ‘พรรคเพื่อไทยขาดตระกูลชินวัตรไม่ได้’ มีผู้ตั้งคำถามว่า การที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นหลานชายของ ทักษิณ ชินวัตร ได้รับเลือกให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีที่มาอย่างไร ทั้งนี้ไม่ได้ปฏิเสธความรู้ ความสามารถของยศชนัน แต่ยศชนันได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เพราะเส้นสายหรือไม่
ศึกษิษฏ์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยปฏิเสธ DNA ของนายกฯ ทักษิณ, สมัคร สุนทรเวช, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน หรือแพทองธาร ชินวัตร ในขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธ DNA ของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, ภูมิธรรม เวชยชัย, นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ซึ่งเป็นผู้อาวุโสของพรรค
พร้อมกับยกคำพูดของยศชนันที่ระบุว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ใจดี ซึ่งเป็นประโยชน์กับพรรค และยังระบุด้วยว่า คนเหล่านี้ถือเป็น DNA ของพรรคเพื่อไทย ทั้งในเรื่องการทำงานเชิงรุก การทำงานที่จับต้องได้ จนได้ทำงานลักษณะนี้ออกมา
“ถามว่าอาจารย์ยศชนันโอเคไหม โอเคใช่ไหม มันไม่ใช่แค่บอกว่าชินวัตรแล้วจบ เพราะฉะนั้นจะชินวัตรหรือไม่ก็ตาม จำเป็นต้องมีความรู้ ความสามารถในการบริหารประเทศด้วย
“แต่ว่าเราก็ได้รับเลือกมาจากพี่น้องประชาชน อำนาจนี้ไม่ได้มาจากการรัฐประหาร จากนิติสงครามใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นตระกูลไหนก็ตาม ถ้าพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจ ก็หมายความว่าพี่น้องประชาชนได้ให้คนเหล่านั้นเข้ามาเลือกคนเข้ามาบริหาร ไม่ใช่คนคนเดียว ไม่ใช่คนตระกูลเดียวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นมันเป็นอะไรที่เกื้อหนุนกันอยู่”
ผู้เข้าร่วมรายการอีกคนตั้งคำถามว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดในการพัฒนาตัวเองให้เป็นสถาบันการเมืองในอนาคตหรือไม่ ศึกษิษฏ์ระบุว่า ตอนนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองแล้ว และมีทั้งคนไหลออก-คนไหลเข้า สำหรับหน้าที่ของพรรคการเมือง คือสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้ประชาชนและบุคลากรได้ว่า เราสามารถส่งมอบนโยบายให้กับประชาชนได้
“เรามีเพื่อไทย Academy เรามีกลุ่ม YPP ซึ่งให้เด็ก เยาวชน รุ่นใหม่ เข้ามาทำงานในพรรคผ่านการทำนโยบาย นโยบายที่เรามีไม่ได้เสกขึ้นมาเอง แต่มีทีมวิชาการมาวิเคราะห์ มาเก็บข้อมูล เพื่อประกอบร่างออกมาเป็นเล่มต่างๆ วันนี้เราเป็นสถาบันการเมืองแล้ว ไม่ว่าเราจะถูกผลักล้ม เตะล้ม ด้วยวิธีไหน ก็ตาม ก็จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยก็ยังกลับมายืนได้อีก เป็นบทพิสูจน์แล้วว่า เราเป็นสถาบันการเมืองแล้ว”
ขณะที่ผู้เข้าร่วมรายการอีกคนตั้งคำถามว่า ในอนาคต พรรคเพื่อไทยจะแข็งแกร่งกว่านี้ไหม ชนิดที่ว่าหากไม่มีตระกูลชินวัตรก็ยังอยู่ได้
โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่า วันนี้ก็ยังอยู่ในเส้นทางดำเนินการให้พรรคเกิดความเข้มแข็ง จะเห็นได้ว่าแคนดิเดตนายกฯ ก็ไม่ได้มีเพียงคนเดียว ยังมีคนอื่นเพิ่มเข้ามา มีทีมงานแถว 2-3 และอย่างตนเองก็ไม่ได้มาจากตระกูลการเมืองใดๆ
“แต่อย่างที่บอก เราไม่ปฏิเสธการมีอยู่ของ DNA ตรงนั้น ไม่ว่าประสบการณ์ของตระกูล ประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่ๆ มาผสมกัน ให้เราเป็นยักษ์ตัวใหญ่ให้เรายืนอยู่ได้”
นอกจากนี้ยังมีผู้ตั้งคำถามว่า พรรคเพื่อไทยเอาคะแนนเสียงของประชาชนเป็นตัวประกันคุ้มครองตระกูลชินวัตรหรือไม่
ศึกษิษฏ์ตอบคำถามว่า ถ้าอย่างนั้น ตระกูลชินวัตรจำเป็นต้องทำทุกอย่างตามที่คณะรัฐประหารบอกให้ทำอย่างนั้นหรือ
“ถ้าถูกคณะปฏิวัติหรือการกระทำที่อยู่นอกเหนือการมอบหมายขับไล่ออกไป สิ่งที่ควรจะทำคือหนีหายไปเลย หรือยืนหยัดต่อว่าสิ่งที่ตัวเองพยายามผลักดันมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริงๆ แล้วให้พี่น้องประชาชนเป็นคนเลือก ผมคิดว่า แนวคิดที่ 2 ถูกต้องกว่านะ
“ถ้าเขาบอกให้เราไปด้วยวิธีที่มันอยู่นอกเหนือเส้นทางที่เราควรจะเป็น แล้วเราเลือกที่จะไป ก็แสดงว่าเราแพ้แล้วนะ ไม่ใช่เราในฐานะตระกูลชินวัตรเท่านั้น แต่คือในฐานะประเทศ การที่เขายังคงอยู่ เพราะอยากจะยืนยันในสิ่งนี้ แล้วก็เพราะพี่น้องประชาชนเลือกมา ก็อยากจะทำต่อ”
ยานยนต์ปี 2025: ยุคทองของซูเปอร์คาร์ สู่สมรภูมิ F1 ที่ร้อนระอุ
บทสรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025 และทิศทางปี 2026
ในปี 2025 อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกเผชิญกับภาพความแตกต่างที่ชัดเจนราวฟ้ากับเหว ด้านหนึ่งคือความรุ่งโรจน์ของกลุ่มรถยนต์หรูสมรรถนะสูง หรือ “ซูเปอร์คาร์” ที่มียอดจองทะลุเพดานจนยาวข้ามปี ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่ถูกกดดันจากการแข่งขันอันดุเดือดของแบรนด์จากประเทศจีน ในทางกลับกัน แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Porsche และ Tesla กลับต้องเผชิญปีที่ยากลำบากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตลาดซูเปอร์คาร์: ความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว คำถามที่ว่า “อุตสาหกรรมซูเปอร์คาร์ถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง?” อาจเคยเป็นที่ถกเถียงกัน แต่เมื่อมองภาพรวมในปี 2025 คำตอบคือ “ไม่” อย่างสิ้นเชิง ปีนี้คือปีทองของซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง แบรนด์อย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari และ Lamborghini ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะเหนือระดับและเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ยังคงมีอยู่มหาศาลและไร้ขีดจำกัด
ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งมาตรการทางการค้าที่ซับซ้อน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ และการรุกคืบอย่างไม่หยุดยั้งของแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่มีความได้เปรียบด้านราคาและเทคโนโลยี แต่กลุ่มซูเปอร์คาร์กลับสามารถกอบโกยผลกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมด้วยยอดจองที่ยาวเหยียด จนลูกค้าต้องรอรับรถนานข้ามปี สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งของกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่มองหาสุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์
ตลาดรถหรู: การเติบโตที่สวนกระแส
ภาพรวมของตลาดรถยนต์ระดับหรู (Luxury Car Market) ในปี 2025 ถือว่าเติบโตอย่างน่าประทับใจ ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) และสิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่กลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลในการขับขี่แบบดั้งเดิม ที่โหยหาประสบการณ์การควบคุมรถด้วยตนเองอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ แนวโน้มของการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization เพื่อสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในทางกลับกัน แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็อยู่ในระดับที่แผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของ “รถ EV สัญชาติจีน” ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ควบคู่ไปกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ และประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในหลายครัวเรือน
ปี 2025: มรสุมของ Tesla และ Porsche
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Tesla ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งในด้านยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหาย ประกอบกับปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูรถที่ขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ นอกจากนี้ กระแสต่อต้านตัว Elon Musk ซีอีโอของบริษัท ได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถเพื่อแสดงความไม่พอใจ
ด้าน Porsche แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน กลับเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงิน และความไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan แม้จะทุ่มงบประมาณการตลาดจำนวนมหาศาลและดึงตัวนักแสดงฮอลลีวูดระดับแถวหน้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวทำให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่ต้องปรับลดประมาณการผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ของ Porsche ยิ่งเลวร้ายลง เมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร จนทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ไป นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง: ความสำเร็จที่ไม่ต้องพึ่งพาตลาดใหญ่
ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งหลายรายกำลังสะดุด Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง มียอดจองรถยนต์ล่วงหน้ายาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างไม่เห็นฝุ่น
กุญแจสำคัญของความสำเร็จของ Ferrari คือการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขายรถยนต์ไฟฟ้าให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคารถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้บัลลังก์ของ “ม้าลำพอง” ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว
จับตาปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่ในสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การแข่งขัน Formula 1 ที่จะร้อนระอุยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าร่วมของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Audi และ Cadillac
Cadillac: การเข้าสู่ Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Cadillac ในการลบภาพลักษณ์ “รถยนต์สำหรับผู้สูงวัย” โดยเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ เพื่อหวังใช้กระแสความนิยมของ F1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา ยกระดับแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสแบรนด์ที่เงียบเหงาไปหลายปี Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตยาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัย ที่เคยจัดแสดงในงาน Milan Design Week ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
โอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้บริโภคที่ใส่ใจในสมรรถนะและเอกลักษณ์
ปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดซูเปอร์คาร์และความต้องการในรถยนต์หรูที่ยังคงมีอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ในขณะเดียวกัน การแข่งขันในระดับ Formula 1 ที่กำลังจะเข้มข้นขึ้น ก็บ่งชี้ถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่างๆ
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเป็นที่สุด และผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่คือช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์
หากคุณคือหนึ่งในผู้หลงใหลในความเร็ว ประสิทธิภาพ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นนำ หรือติดตามความเคลื่อนไหวอันน่าตื่นเต้นของศึก Formula 1 ในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง

