• Sample Page
News
No Result
View All Result
No Result
View All Result
News
No Result
View All Result

‘พระปกเกล้าโพล’ เผยผลสำรวจเดือด! ‘เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ–อนุทิน ชาญวีรกูล’ บี้สูสี วัยรุ่นเทให้ พรรคประชาชน สูงวัยหนุน พรรคภูมิใจไทย ‘ยศชนัน’ อันดับ 3 – ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่ 4

admin79 by admin79
January 22, 2026
in Uncategorized
0
‘พระปกเกล้าโพล’ เผยผลสำรวจเดือด! ‘เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ–อนุทิน ชาญวีรกูล’ บี้สูสี วัยรุ่นเทให้ พรรคประชาชน สูงวัยหนุน พรรคภูมิใจไทย ‘ยศชนัน’ อันดับ 3 – ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่ 4

‘พระปกเกล้าโพล’กางผลสำรวจ
‘เท้ง-หนู’บี้สูสี
วัยรุ่นเทให้ปชน.-สูงวัยหนุนภท.
‘ยศชนัน’อันดับ3-‘มาร์ค’ที่4
26.2%ชี้ยังไม่มีคนเหมาะสม

“พระปกเกล้าโพล”เผยผลสำรวจ 26.2% ยังไม่พบคนเหมาะสมนั่งเก้าอี้นายกฯ รองมาคือ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”18.8% ขณะที่กลุ่มวัยรุ่น หนุน หัวหน้าพรรคปชน.นั่งผู้นำ ส่วนกลุ่มคนทำงาน ช่วงอายุ 44-59 ปีและกลุ่มผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป หนุน“อนุทิน”นั่งเก้าอี้นายกฯ ‘KPI Poll’ เผยคนไทย 67.1%มอง’นโยบายแจกเงินพรรคการเมือง’ไม่ค่อยมีผลต่อการลงคะแนน และพบว่า 66.4 % ไม่ค่อยเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ในสายตาของประชาชน” ตามที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการ เพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความเป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์ โดยสำรวจ ระหว่างวันที่ 8-11ม.ค.2569 จากประชาชนอายุ 18ปีขึ้นไปตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000ตัวอย่าง

มีบทสรุปสำคัญดังนี้ ตัวเลือกที่ประชาชนเห็นว่า สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง พบว่า ประชาชน 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม รองมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 18.8% นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.9% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 10.9% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 10.2% ส่วนเมื่อแยกตามกลุ่มอายุที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครนั้น พบว่า กลุ่มเจนY (28-43ปี) ยังไม่ตัดสินใจสูงสุด 29.5% รองมาคือ เจนX (44-59ปี) 25.9% เจนZ (18-27ปี) 24.5% และ Baby Boomer (60 ปี ขึ้นไป) 24.5%

ขณะที่การเลือกผู้นำตามช่วงอายุพบว่า เจนZ (18-27ปี) เลือกนายณัฐพงษ์ เป็นอันดับ 1 33.8% รองมาคือ นายอนุทิน 11.3% นายยศชนัน 8.1% กลุ่มเจนY(28-43ปี) เลือกนายณัฐพงษ์ เป็นอันดับ1 19.6% รองมาคือนายอนุทิน 14.1% นายยศชนัน 10.8% เจนX (44-59ปี) เลือกนายอนุทินอันดับ1 21.2% รองมาคือนายณัฐพงษ์ 11.9% นายยศชนัน 11.4% กลุ่มBaby Boomer (60ปีขึ้นไป) อันดับ1 เลือกนายอนุทิน 20.4% รองมา คือ นายอภิสิทธิ์ 15.1% นายยศชนัน 14.1%

นอกจากนี้สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง1,244 คน จากผู้ใช้งาน Line Today เท่านั้น ในหัวข้อ “นโยบายแจกเงินมีผลต่อการลงคะแนน?” พบว่า ร้อยละ 67.1ไม่ค่อยมีผล – ไม่มีผลเลย ร้อยละ 29.8 ค่อนข้างมีผล – มีผลอย่างมาก ร้อยละ 3.1 ไม่มีความคิดเห็น

ขณะที่ “ผลสำรวจนโยบายแจกเงินเชื่อมั่นได้แค่ไหน” พบว่า ร้อยละ 66.4 ไม่ค่อยเชื่อมั่น- ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 22.6 ค่อนข้างเชื่อมั่น- เชื่อมั่นมาก ร้อยละ 11 ไม่มีความเห็น

ส่วนความเห็นว่า “เห็นด้วยหรือไม่ว่า นโยบายแจกเงิน แค่เพื่อหาเสียง” ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 58.6 ค่อนข้างเห็นด้วย- เห็นตัวอย่างยิ่ง ร้อยละ 30.9 ไม่ค่อยเห็นด้วย- ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 10.5 ไม่มีความเห็น

และความเห็นว่า “นโยบายแจกเงินช่วยพัฒนาประเทศหรือไม่” พบว่าร้อยละ 66.6 ค่อนข้างน้อย- น้อยที่สุด ร้อยละ 20.5 ค่อนข้างมาก- มากที่สุด ร้อยละ 12.9 ไม่มีความเห็น

นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจของคนไทยในแต่ละภูมิภาค ที่มีความเห็นว่า “นโยบายแจกเงิน ‘ไม่มี’ ผลต่อการลงคะแนน” นั้น พบว่า ภาคเหนือ ร้อยละ 55.3 ภาคอีสานร้อยละ 54.5 ภาคกลางร้อยละ 70.2 ภาคตะวันออก ร้อยละ 72.5 และภาคใต้ร้อยละ 80.5

ตลาดรถยนต์: เมื่อซูเปอร์คาร์ทะยานฟ้า EV ชะลอตัว และ F1 คือสนามรบใหม่ในปี 2025-2026

ปี 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการพิสูจน์สมมติฐานที่เคยถูกตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อนว่า “ตลาดซูเปอร์คาร์ถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง” คำตอบคือ “ไม่” และยิ่งไปกว่านั้น คือปีที่ซูเปอร์คาร์ได้โบยบินอย่างสง่างาม แบรนด์อย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg และ Ferrari ต่างกวดยอดจองจนยาวข้ามปี สะท้อนถึงดีมานด์ที่ไม่เคยลดลงสำหรับยานยนต์สมรรถนะสูง ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีน

ในขณะที่ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งกำแพงภาษี การชะลอตัวของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า และการรุกคืบของแบรนด์รถจีนที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย แบรนด์ซูเปอร์คาร์กลับทำผลกำไรได้อย่างมหาศาล สะท้อนถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและยังคงแสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์

ตลาดรถหรู: การเติบโตสวนกระแสและความต้องการที่แตกต่าง

ภาพรวมของตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าจับตาคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาการขับขี่แบบดั้งเดิม ผสานกับกระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Customization ที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของได้อย่างชัดเจน

ในทางกลับกัน แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกยังคงมีการเติบโต แต่ก็ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงจากรถยนต์ EV สัญชาติจีน ซึ่งมีคุณภาพที่น่าประทับใจและมีราคาที่แข่งขันได้ ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและถูกหยิบยกมาถกเถียงในหลายครอบครัว

Tesla และ Porsche: ปีแห่งมรสุมและบทเรียนราคาแพง

สำหรับ Tesla ปี 2025 ถือเป็นปีที่เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาหดหาย และยังต้องเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวกับระบบประตูขัดข้องขณะเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ กระแสต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ก็ยังคงรุนแรง จนลูกค้าบางส่วนถึงกับต้องติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถเพื่ออธิบายถึงการตัดสินใจซื้อก่อนที่จะรับทราบถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Elon Musk

Siêu xe 1 Siêu xe 2 Siêu xe 3

ด้าน Porsche ประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งกว่า สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงิน ประกอบกับการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ อย่าง Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามที่คาดหวัง แม้จะมีการทุ่มงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาด และดึงดาราฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ผลกระทบที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลที่มากเกินไปในห้องโดยสาร จนทำให้บางคนรู้สึกว่ารถยนต์ขาด “จิตวิญญาณ” แห่งความเป็น Porsche ที่แท้จริง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม

Ferrari: การผงาดเหนือคู่แข่ง และกุญแจสู่ความสำเร็จ

ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งกำลังสะดุดขาตัวเอง Ferrari กลับแสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล พร้อมกับยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างไม่เห็นฝุ่น

กุญแจสำคัญที่ทำให้ Ferrari ประสบความสำเร็จ คือการพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขายรถ EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษา “มูลค่าแบรนด์” และ “ราคาขายต่อ” ของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนกับกรณีของ Porsche Taycan

แม้ราคาเฉลี่ยของรถ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกที่จะกลับมาซื้อซ้ำ และการเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งชี้ว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว

ปี 2026: สนาม Formula 1 เวทีเดิมพันครั้งใหม่

สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์จะจับจ้องไปที่การก้าวเข้ามาสู่สังเวียน Formula 1 ของสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ คือ Audi และ Cadillac

Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญในการพลิกภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้ใหญ่” ของแบรนด์ให้ดูทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น การเลือกนักแข่งระดับแนวหน้าอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นที่จะใช้กระแสความนิยมของ Formula 1 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz

Audi: เตรียมพร้อมที่จะเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อเป็นการปลุกกระแสความน่าสนใจให้กับแบรนด์ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้อย่างน่าจับตามองมากกว่าคู่แข่งจากฝั่งอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน นอกจากนี้ Audi ยังมีแผนที่จะเปิดตัว “Concept C” ซึ่งเป็นรถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยสร้างความฮือฮาในงาน Milan Design Week รถคันนี้จะทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายของตำนานรถสปอร์ตอย่าง Audi TT และ R8

ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยศักยภาพนี้ แนวโน้มของตลาดรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

มองหาโอกาสและความเป็นไปได้ในการลงทุน?

หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเหนือชั้น และมองหาโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าประทับใจ หรือกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและความสำเร็จของคุณ อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารและเทรนด์ของตลาดรถยนต์ซูเปอร์คาร์และรถยนต์หรู ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโลกยานยนต์ที่ไร้ขีดจำกัดวันนี้!

Previous Post

กางนโยบาย “หวย” 3 พรรคดัง พรรคเพื่อไทย – พรรคไทยสร้างไทย – พรรคประชาชน ก่อนศึกเลือกตั้ง 69

Next Post

KPI Poll x LINE Today เปิดผลโพลเลือกตั้ง 69 พบประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ใครเหมาะนั่งนายกฯ

Next Post
KPI Poll x LINE Today เปิดผลโพลเลือกตั้ง 69 พบประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ใครเหมาะนั่งนายกฯ

KPI Poll x LINE Today เปิดผลโพลเลือกตั้ง 69 พบประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ใครเหมาะนั่งนายกฯ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1703247 กสาวเศรษฐ านโดนย จะเก ดไรข พวกเขาสองคนต องไปใช ตแบบยากจน Part 2
  • T1703259 โดนเพ อนด กว าหาแฟนไม ได Part 2
  • T1703251 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน Part 2
  • T1703260 กแท อย จร งไหม… Part 2
  • T1703252 กน ยแบบน กไม หล นไม ไกลต นจร งๆ Part 2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.