“อนุทิน” หัวเราะ บอกต่ำไป หลังนิด้าโพล ประเมิน “ภูมิใจไทย” ได้ 150 ที่นั่ง ยัน สู้ทุกเขต ไม่มีแบ่งพื้นที่ “พรรคร่วมฯ – คู่แข่ง” ขอเล่นตามกติกา ชี้นักการเมือง “ท” พัวพันยาเสพติด ไม่ใช่ “ทิน” ยัน ไม่เกี่ยว ภท. ดิสเครดิตการเมือง
วันที่ 21 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 11:36 น. ที่อ่างเก็บน้ำหนองสังขังข์ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลสำรวจนิด้าโพล คาดการณ์ผลคะแนนการเลือกตั้ง 2569 โดยพรรคภูมิใจไทยมาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย พร้อมกับหัวเราะ
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าต้องการ 500 ที่นั่งเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า “ใช่ไหมล่ะ” พร้อมกล่าวต่อว่า เป้าหมายของทุกคนต้องการเท่าไหร่ ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจก็เอาไว้เป็นตัวชี้วัด และเป็นเครื่องมือในการประเมินว่าเราได้ทำงานไปในระดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิดก็ไม่ต้องสงสัย และเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิดก็ต้องมานั่งทบทวนแก้ไข
ผู้สื่อข่าวถามว่า 150 ที่นั่งเพียงพอต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เอาไว้หลังผลเลือกตั้งออกมา เราไม่เคยประกาศว่าจะ 50-200 ที่นั่ง ซึ่งเราไม่ประกาศแต่เราใช้ความทุ่มเท และความจริงใจ ขอความมั่นใจจากประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนจะตัดสินใจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และคืนนั้นเราจะทราบว่าเราอยู่ในบทบาทไหน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับคู่แข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า แบ่งพื้นที่แปลว่าอะไร ก่อนย้ำว่า เราสู้ทุกเขตอยู่แล้ว ทุกคนในพรรคภูมิใจไทยลงไปช่วยกันขอเสียงจากประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า พรรครัฐบาลเดิม ได้มีการติดต่อขอแบ่งในบางพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี พร้อมถามกลับว่า เล่นกอล์ฟเป็นหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า การแข่งขันต้องแข่งกันตามกติกา แข่งขันด้วยความสามารถของตนเอง ไม่มีใครมาขอได้ และไม่มีใครยอมได้
นอกจากนี้นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เพจ CSI LA ออกมาเปิดเผยถึงนักการเมืองอักษรย่อ “ท” รองหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนดังภาคใต้ พัวพันขบวนการค้ายาเสพติด ได้รับรายงานหรือไม่ ว่า ตำรวจยังไม่ได้รายงานแต่ทราบมาจากข่าว ยืนยันว่าไม่ใช่ “ทิน”
เมื่อถามว่าขณะนี้นักการเมือง ท.ทหาร มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้เกิดจากพรรคภูมิใจไทย และไม่ได้เกิดจากการเป็นรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง และเต็มที่ เพราะขณะนี้รัฐบาลมีอำนาจจำกัด เพราะอยู่ในช่วงยุบสภา ซึ่งทุกวันนี้ตนไปหาเสียงก็ไม่มีรถนำขบวน ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ก็ไม่กล้ามาต้อนรับ ซึ่งตนก็ไม่กล้าให้เขามาด้วย เพราะถ้าหากเขามาเดี๋ยวตนซวย ตอนนี้ตนได้ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ส่วนการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องของการปฏิบัติ เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ ก็ทำหน้าที่ของเขาไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ทำเรื่องนี้ได้รายงานหรือไม่ ถึงกรณี 10 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และยาเสพติดอยู่พรรคใดบ้าง นายอนุทิน ย้ำว่า ตนใช้นโยบายปิดชื่อถือพฤติกรรม ตอนนี้ตนไม่ถามใครทั้งสิ้น เปิดมาเจอใครก็เป็นคนนั้นไม่มีข้อยกเว้น ตนไม่ถามแต่แค่สั่งการ ให้ดำเนินการกับผู้ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องรายงานตนว่าเป็นใคร และไม่ต้องมาถามว่าเป็นคนนี้แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ และตนก็ยึดถือแนวทางนี้มาตลอด
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025: ยุคทองของซูเปอร์คาร์ ท่ามกลางมรสุมตลาด EV และการแข่งขันที่ดุเดือด
ปี 2025 ได้พิสูจน์แล้วว่า อุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามองเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า “ซูเปอร์คาร์” กำลังเบ่งบานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สวนทางกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดรถยนต์ Luxury: ป้อมปราการแห่งความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง
แม้ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมจะชะลอตัวลง แต่เซกเมนต์รถยนต์ Luxury กลับเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งของกลุ่มผู้บริโภคระดับบน ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในกลุ่มนี้ในตลาดสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงเกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การกลับมาของ “เกียร์กระปุก” (Manual Transmission) ที่กลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม การควบคุมที่เหนือกว่า และการเชื่อมต่อที่แท้จริงกับตัวรถ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความหรูหราในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคลาสสิกและสุนทรียภาพของการขับขี่ที่สืบทอดกันมา
นอกจากนี้ กระแสการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom-made หรือการปรับแต่งรถยนต์ให้สะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้าของ ก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ลูกค้าในกลุ่มนี้ไม่ได้มองหารถยนต์เพียงเพื่อการเดินทาง แต่ต้องการสิ่งที่สะท้อนถึงสถานะ ความสำเร็จ และรสนิยมของตนเอง การสั่งผลิตพิเศษจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
มรสุมของตลาด EV: การแข่งขันที่ร้อนแรงและนโยบายที่เปลี่ยนไป
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ว่า อัตราการเติบโตนั้นชะลอตัวลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแบรนด์รถยนต์จีน ซึ่งสามารถนำเสนอรถยนต์ EV ที่มีคุณภาพดี เทคโนโลยีล้ำสมัย และราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมอย่าง Audi, Ford, GM และ Volvo ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก
ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด EV ในปี 2025 ได้แก่ การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐในหลายประเทศ ซึ่งทำให้ราคารถยนต์ EV สูงขึ้น และประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ละเอียดอ่อนในหลายครอบครัว ส่งผลให้ผู้บริโภคบางกลุ่มลังเลที่จะตัดสินใจซื้อ
Tesla และ Porsche: สองยักษ์ใหญ่ที่เผชิญปีแห่งความท้าทาย
Tesla ในปี 2025 ถือเป็นปีที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแท้จริง ทั้งในด้านยอดขายและกำไรที่ลดลงทั่วโลก ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาเริ่มหดหาย ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบประตูที่อาจมีปัญหาขณะเกิดอุบัติเหตุ
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสต่อต้านซีอีโอ Elon Musk ที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ จนมีรายงานว่าลูกค้าบางรายถึงขั้นต้องติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถเพื่ออธิบายถึงการตัดสินใจซื้อรถยนต์ Tesla ก่อนที่จะทราบถึงประเด็นที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดในปีนี้ สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงินที่ซับซ้อน และความไม่เปรี้ยงปร้างของรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan แม้จะมีการทุ่มงบประมาณมหาศาลกับการตลาด โดยเฉพาะการดึงตัวดาราฮอลลีวูดชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์
ผลจากการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำบางส่วนเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อราคาที่สูงเกินจริง และการนำเสนอระบบดิจิทัลภายในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนถูกมองว่าขาด “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche ที่แท้จริง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ในวันที่ 1 มกราคม
Ferrari: ม้าลำพองที่ผงาดเหนือคู่แข่ง
ในขณะที่คู่แข่งรายอื่นกำลังเผชิญกับอุปสรรค Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดของอุตสาหกรรม สามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับที่สูงมาก และมียอดจองรถยนต์ที่ยาวเหยียดไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin อย่างเห็นได้ชัด
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ Ferrari คือ การพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดเป้าหมายการขาย EV เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาขายต่อของรถยนต์มือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนที่เกิดขึ้นกับ Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของรถยนต์ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งแสดงถึงความภักดีในแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง “Amalfi” ก็ยิ่งตอกย้ำว่าบัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งและมั่นคงในระยะยาว
ปี 2026: การเดิมพันครั้งใหม่บนสังเวียน Formula 1
เมื่อมองไปถึงปี 2026 สนามแข่ง Formula 1 กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันที่น่าจับตามอง เมื่อแบรนด์ใหญ่อย่าง Audi และ Cadillac ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
Cadillac การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้สูงอายุ” หรือ “รถสำหรับครอบครัว” โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez เข้ามาเสริมทัพ การเดินเกมนี้มุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi มีแผนที่จะเข้าซื้อทีม Sauber ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการปลุกกระแสแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษในวงการมอเตอร์สปอร์ต และมีแนวโน้มที่จะสามารถสร้างผลงานที่ดีได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน เมื่อเทียบกับคู่แข่งจากอเมริกา
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัยที่เคยสร้างความฮือฮาในงาน Milan Design Week รถต้นแบบคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยจะผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแห่งตำนานของ Audi TT และ R8 ได้อย่างลงตัว
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของรถสปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ดูเหมือนจะยังคงร้อนแรงและมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไป การลงทุนในเทคโนโลยีที่เหนือกว่า ประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ และการเชื่อมโยงกับโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ต จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม
ปี 2025 ได้มอบบทเรียนอันล้ำค่าแก่อุตสาหกรรมยานยนต์เกี่ยวกับพลวัตของตลาดที่ไม่เคยหยุดนิ่ง คุณเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ได้ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนตัวตนของคุณ หรือต้องการลงทุนในอนาคตของวงการยานยนต์ระดับไฮเอนด์ อย่าพลาดโอกาสในการสำรวจตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน

