เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า เบื้องต้นพิจารณาจากจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก และที่สำคัญคือเป็นพรรคที่ทำงาน พูดจริง ทำจริง สิ่งไหนที่เป็นนโยบายพรรคที่ประกาศไว้พยายามเดินหน้าไปสู่เป้าหมายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนที่เลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร
“ผมไม่เคยคิดว่าผมจะเล่นการเมือง แต่ทำไมถึงมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นพรรคการเมืองที่เดินหน้าตามที่พูดแล้วทำ” นายพิพัฒน์ กล่าว
ใครคือผู้ชนะ? สรุปภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2025 และทิศทางปี 2026
ปี 2025 เป็นปีที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความปรารถนาในยานยนต์สมรรถนะสูงระดับซูเปอร์คาร์นั้นไม่มีวันสิ้นสุด แบรนด์ชั้นนำอย่าง Bugatti, Pagani, Koenigsegg และ Ferrari ต่างกวาดสถิติยอดจองมหาศาลที่ยาวเหยียดข้ามปี สวนทางกับภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นของค่ายรถยนต์จากจีน
ในขณะที่หลายแบรนด์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยต่างๆ เช่น กำแพงภาษี, ยอดขาย EV ที่ชะลอตัว, และการรุกคืบของแบรนด์จีนอย่างไม่หยุดยั้ง กลุ่มซูเปอร์คาร์กลับสามารถทำกำไรได้อย่างงดงาม แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดเฉพาะกลุ่มนี้
ตลาดรถยนต์หรู: ทะยานสวนกระแสความท้าทาย
ภาพรวมตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 แสดงให้เห็นการเติบโตที่โดดเด่นอย่างแท้จริง ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทะลุ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ยิ่งไปกว่านั้น “เกียร์ธรรมดา” กลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้งในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม รวมถึงความต้องการรถยนต์สั่งผลิตพิเศษ (Custom Order) ที่สะท้อนตัวตนและความเป็นเอกลักษณ์ของผู้ครอบครองก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในทางกลับกัน แม้ตลาดรถยนต์ EV ทั่วโลกจะยังคงเติบโต แต่ก็ชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แบรนด์ใหญ่อย่าง Audi, Ford, GM และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแข่งขันกับรถยนต์ EV จากจีนที่มีคุณภาพสูงและราคาที่เข้าถึงง่าย ปัจจัยเสริมที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นคือการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ ประกอบกับประเด็นทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและเป็นที่ถกเถียงกันในหลายครอบครัว
ปี 2025: มรสุมที่ถาโถมใส่ Tesla และ Porsche
สำหรับ Tesla ปี 2025 ถือเป็นปีที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ยอดขายและกำไรทั่วโลกลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐอเมริกาก็หดหายไปไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น Tesla ยังต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวกับระบบประตูขัดข้องระหว่างเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงกระแสต่อต้าน CEO อย่าง Elon Musk ที่รุนแรง จนส่งผลให้ลูกค้าบางรายต้องติดสติกเกอร์ระบุว่า “ซื้อรถคันนี้ก่อนที่จะทราบถึงบุคลิกของ Elon” เพื่อแสดงความเห็น
ด้าน Porsche ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการเงิน และรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ อย่าง Taycan และ Macan ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่คาดหวัง แม้จะทุ่มงบการตลาดมหาศาลเพื่อดึงดาราฮอลลีวูดระดับแถวหน้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ผลกระทบที่ตามมาคือ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดประมาณการผลประกอบการถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 33% และเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาที่สูงเกินจริง และการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในห้องโดยสารมากเกินไป จนทำให้สูญเสีย “จิตวิญญาณ” ของความเป็น Porsche ไป เหตุการณ์เหล่านี้ยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตำแหน่งผู้บริหาร โดย Michael Leiters จะเข้ามารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ Porsche ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
Ferrari: ยืนหยัดเหนือคู่แข่ง สร้างมาตรฐานใหม่แห่งความหรูหรา
ในขณะที่คู่แข่งกำลังเผชิญกับอุปสรรค Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยอดจองที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จนี้คือ Ferrari พึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (ปรับเป้าการขาย EV เป็นเพียง 20% ภายในปี 2030) ยังช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาในตลาดรถยนต์มือสองให้คงที่ ไม่ตกต่ำเหมือนกับ Porsche Taycan
แม้ราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็กำลังเป็นที่จับตามอง ส่งสัญญาณว่าบัลลังก์แห่งม้าลำพองจะยังคงแข็งแกร่งต่อไปในอนาคตอันใกล้
จับตาปี 2026: การเดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของวงการยานยนต์จะจับจ้องไปที่การเข้าร่วมสนาม Formula 1 ของ Audi และ Cadillac การก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้ถือเป็นย่างก้าวสำคัญสำหรับทั้งสองแบรนด์
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 เป็นโอกาสอันดีที่จะสลัดภาพลักษณ์ “รถยนต์สำหรับผู้สูงอายุ” ออกไป ด้วยการดึงนักแข่งระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ Cadillac หวังใช้กระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: มีแผนที่จะเข้าซื้อทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสความน่าสนใจให้กับแบรนด์ที่อาจจะเงียบเหงาไปบ้างในช่วงที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเปิดตัว “Concept C” รถต้นแบบที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งเคยจัดแสดงในงาน Milan Show รถต้นแบบคันนี้จะเป็นพิมพ์เขียวสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายอันเป็นตำนานของ Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ยังคงมีสัญญาณการเติบโตที่ร้อนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน
สัมผัสสุดยอดสมรรถนะและความหรูหราในแบบของคุณ
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ รสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะสำรวจโลกของซูเปอร์คาร์และรถยนต์หรูที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หรือหากคุณสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต การจับตาดูการแข่งขัน Formula 1 ในปี 2026 จะมอบความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจให้คุณอย่างแน่นอน อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแห่งนวัตกรรมและสุดยอดสมรรถนะในโลกยานยนต์!

