หลังเดินลุยตลาดและขึ้นรถแห่ หาเสียงกันมาระยะหนึ่งแล้ว จากนี้ไปแต่ละพรรคการเมือง น่าจะเริ่มต้นเปิดเวทีปราศรัย จะเป็นแบบเวทีย่อยหรือเวทีใหญ่ ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของแต่ละพรรคกับพื้นที่นั้นๆ อย่าง พรรคเพื่อไทย กับเวทีปราศรัยในจังหวัดภาคอีสาน
แม้จะตกอยู่ในกระแส ว่าจะเป็นพรรคอันดับ 3 สำหรับการแข่งขันเลือกตั้งครั้งนี้ แต่หลังพรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัย รวมถึงข้อความจากนายทักษิณ ชินวัตร ที่ส่งผ่านคนในครอบครัว มาเป็นกำลังใจให้ อาจเป็นสัญญาณ “ตีตื้น” คะแนนนิยมหรือไม่ ?
จะตอนนี้หรือตอนไหน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บอกไว้แล้วว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ฟันธง ว่าจะเป็นพรรคอันดับ 3 ในสนามเลือกตั้ง ปี 2569 ครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าคะแนนจะดีขึ้นเรื่อยๆ และยังมีเวลาทำคะแนนให้สูงขึ้นได้อีก หลังเดินลุยตลาด-ขึ้นรถแห่ แนะนำตัวกันไปพักหนึ่งแล้ว จากนี้คือการเปิดเวทีปราศรัย จะย่อยจะใหญ่ แล้วแต่ยุทธศาสตร์ของพื้นที่ไป
ไม่ใช่แค่ ปราศรัยใหญ่ ที่ จ.นครราชสีมา เท่านั้น ที่คนฟังแห่แหนกันมามากขนาดนี้ แต่ที่ “บึงกาฬ-หนองคายและมุกดาหาร” เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนและสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำเอาพรรคเพื่อไทย คาดการณ์กันมาว่าประชาชนคนฟัง 20,000 คน
และนี่อาจเป็นยุทธศาสตร์ที่เพิ่มเติมเข้ามาในช่วงกลางๆ ของการหาเสียง ก่อนจะเปิดโหมดเข้าโค้งสุดท้ายที่ยังลุ้นกันอยู่ว่า นโยบายชุด 2 และ 3 ที่จะเปิดคืออะไร ชัดเจนขนาดไหน และจะลดแลก-แจก-แถมหรือไม่ ภายใต้แคมเปญ-มอตโต “เพื่อไทยทำได้”
แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินสายแจ้งข่าวแล้วว่า 26 ม.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดเต็มกับเวทีปราศรัยใหญ่อีกครั้งที่นครราชสีมา แกนนำครบทีม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คน นั่นก็เพราะหวังจะ “เหมา” จังหวัด 16 เขตเลือกตั้ง หลังแพ็คทีม “ชาติพัฒนา”
โชว์เหนือกว่า “ฐานเสียง-มวลชน” ที่เห็นผ่านเวทีปราศรัยใหญ่ ก็คือ “แฟนคลับ-คนเสื้อแดง” ของครอบครัว “ชินวัตร” หรือ “คนรักทักษิณ” เพราะหลังเขยเล็ก “ปิฎก สุขสวัสดิ์” คู่สมรส น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้าพบนายทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ก็มีข้อความฝากให้กำลังใจทุกคนในพรรค กับการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้
แค่นี้ก็เกินพอแล้ว เพราะคู่สมรส น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกว่า นายกทักษิณ ฝากกำลังใจไปยังผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทุกคน โดยไม่ได้มีการฝากข้อคิดเห็น หรือคำแนะนำเป็นพิเศษกับผู้สมัครรายใดเป็นการเฉพาะแล้ว
เกินพอ เพราะเชื่อได้ว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของการ “ช่วยพรรค-ช่วยคน” ของ “เพื่อไทย” หลังผลโพลและกระแสตีความทางการเมืองกันว่า พรรคเพื่อไทย กำลังเป็นพรรคอันดับ 3 ในสนามเลือกตั้ง ตอนนี้ ในขณะเดียวกันยังมีรายงานข่าว เรื่องพักโทษอีก
รายงานข่าวมาจากกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายทักษิณ เข้าเกณฑ์โครงการพักการลงโทษทั่วไป ซึ่งกำหนดให้ผู้ต้องขังที่มีโทษจำคุก 1 ปี ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือเป็นระยะเวลา 8 เดือน และคาดว่า นายทักษิณ จะมีสิทธินี้ในช่วงเดือน พ.ค.2569 หากไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
ที่บอกว่าหากไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เพราะว่าช่วงนั้นน่าจะผ่านการจัดตั้งรัฐบาลและโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีกันแล้ว อาจหมายถึงอำนาจรัฐที่เป็นปัจจัยอื่นต่อนายทักษิณก็เป็นไปได้ แต่ตอนนี้ สัญญาณนี้ อ่านเกมเอาไว้เลยว่า คือสัญญาณช่วยไหม ช่วยให้พรรคเพื่อไทย ให้ข้ามพ้นพรรคอันดับ 3 หรือเปล่า
เว้นแต่ว่าไม่ได้มองแค่เชิงบวก กับพรรคเพื่อไทย แต่กลับไปมองเชิงลบ ที่จะทำให้พรรคเพื่อไทย ถูกปฏิเสธมากขึ้น
สรุปสถานการณ์ยานยนต์ปี 2025: ซูเปอร์คาร์รุ่ง สเปเชียลอีเวนต์มาแรง รถยนต์ไฟฟ้าเผชิญแรงกดดัน
ปี 2025 ถูกจารึกว่าเป็นปีที่ซูเปอร์คาร์ครองตลาดอย่างแท้จริง แบรนด์ระดับโลกอย่าง Ferrari, Bugatti, และ Pagani กวาดคำสั่งซื้อไปจนถึงปี 2027 สวนทางกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ทั่วไปที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ การแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
ตลาด Luxury ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หากมองย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจคาดการณ์ว่าตลาดซูเปอร์คาร์จะถึงจุดอิ่มตัว แต่ภาพรวมของปี 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสมมติฐานดังกล่าวคลาดเคลื่อนอย่างสิ้นเชิง ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Bugatti, Pagani, Koenigsegg, Ferrari, หรือ Lamborghini ยังคงมีสูงอย่างต่อเนื่อง แบรนด์หรูเหล่านี้สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล พร้อมกับยอดจองที่ยาวเหยียดจนลูกค้าต้องรอรับรถนานนับปี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ Luxury ทั่วโลก ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ใหม่ในเซกเมนต์นี้ในสหรัฐอเมริกา พุ่งสูงทำสถิติใหม่เกินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สิ่งที่น่าสนใจคือ “เกียร์ธรรมดา” หรือ “เกียร์กระปุก” กำลังกลับมาเป็นที่ต้องการอย่างสูงในกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่โหยหาประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ ความนิยมในการสั่งผลิตรถยนต์แบบ Custom Made ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของเจ้าของรถ ก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
EV เผชิญมรสุมและการแข่งขันที่ดุเดือด
ในทางกลับกัน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกจะยังคงมีการเติบโต แต่ทิศทางกลับแผ่วลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายราย เช่น Audi, Ford, GM, และ Volvo ต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการรุกคืบของ “รถ EV สัญชาติจีน” ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ประเด็นนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ และปัจจัยทางการเมืองที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของหลายครอบครัว
Tesla และ Porsche: ปีแห่งความท้าทาย
สำหรับ Tesla ในปี 2025 ถือเป็นปีที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากรอบด้าน ยอดขายและกำไรทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบ่งทางการตลาดในสหรัฐฯ หดหาย ซ้ำเติมด้วยคดีความเกี่ยวกับระบบประตูรถยนต์ที่เกิดปัญหาขณะเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ กระแสต่อต้าน CEO Elon Musk ก็ทวีความรุนแรงขึ้น จนมีรายงานว่าลูกค้าบางรายจำเป็นต้องติดสติกเกอร์ที่ท้ายรถเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของ Elon Musk
ด้าน Porsche ประสบกับสถานการณ์ที่เจ็บปวดที่สุด สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการทางการเงินที่ผิดพลาด และการที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่ เช่น Taycan และ Macan ไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า แม้จะมีการทุ่มงบการตลาดมหาศาลเพื่อจ้างดาราฮอลลีวูดมาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ Porsche ถูกถอดออกจากดัชนีหุ้นหลักของเยอรมนีในเดือนกันยายน หลังจากที่บริษัทต้องปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการถึง 3 ครั้ง มูลค่าหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 33% และต้องเผชิญกับการขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกถึง 3.1 พันล้านยูโร
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อลูกค้าประจำเริ่มแสดงความไม่พอใจกับราคาที่สูงเกินจริง และการติดตั้งระบบดิจิทัลในห้องโดยสารที่มากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อ “จิตวิญญาณ” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ความท้าทายนี้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหาร โดย Michael Leiters ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ Porsche โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566
Ferrari ผงาดเหนือคู่แข่ง
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายกำลังเผชิญกับปัญหา Ferrari กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit Margin) ได้อย่างมหาศาล และมีคำสั่งซื้อที่เต็มยาวไปจนถึงปี 2027 ทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอย่าง Aston Martin ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
ปัจจัยความสำเร็จของ Ferrari มาจากการพึ่งพาตลาดจีนน้อยกว่า 10% ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจ “ชะลอ” แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับเป้าหมายการขาย EV ให้เหลือเพียง 20% ภายในปี 2030 ยังช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์และราคาในตลาดรถมือสองไม่ให้ตกต่ำเหมือนเช่น Porsche Taycan
แม้ว่าราคาเฉลี่ยของ Ferrari จะสูงกว่า Porsche ถึง 4 เท่า แต่ลูกค้าเก่ากว่า 80% ยังคงเลือกกลับมาซื้อซ้ำ และรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “Amalfi” ก็เป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ทำให้บัลลังก์ของม้าลำพองยังคงแข็งแกร่งต่อไปในระยะยาว
ปี 2026: เดิมพันครั้งใหม่บนสนาม Formula 1
สำหรับปี 2026 สายตาของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกจะจับจ้องไปที่การเข้าร่วมสนาม Formula 1 ของ Audi และ Cadillac ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับแบรนด์และภาพลักษณ์
Cadillac: การเข้าร่วม Formula 1 ในฐานะทีมที่ 11 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลบภาพลักษณ์ “รถสำหรับผู้ใหญ่” หรือ “รถสำหรับวัยค่อนคน” ออกไป โดยการเลือกนักแข่งชื่อดังอย่าง Valtteri Bottas และ Sergio Perez มาเสริมทัพ จะช่วยดึงดูดความสนใจจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนมาก Cadillac หวังใช้กระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ Formula 1 ในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับแบรนด์ให้เทียบชั้นกับคู่แข่งอย่าง BMW และ Mercedes-Benz
Audi: เตรียมเข้าสู่สนาม F1 ด้วยการเข้าซื้อกิจการทีม Sauber เพื่อปลุกกระแสให้กับแบรนด์ที่อาจจะดูเงียบเหงาไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Audi มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตยาวนานกว่าศตวรรษ และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งจากอเมริกาในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน
นอกจากนี้ Audi ยังเตรียมเผยโฉม “Concept C” รถต้นแบบดีไซน์ล้ำยุคที่เคยเปิดตัวในงาน Milan Design Week ซึ่งจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับ Audi ยุคใหม่ โดยผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายของตำนานอย่าง Audi TT และ R8
ด้วยทิศทางที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์สปอร์ตหรูระดับไฮเอนด์ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตและร้อนแรงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 และปีต่อๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาสุดยอดประสบการณ์การขับขี่และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว สมรรถนะ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ หรือกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในยานยนต์แห่งอนาคต อย่าพลาดที่จะศึกษาแนวโน้มและโอกาสในตลาดยานยนต์ปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้!

